ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างด้วยความประมาทชนเด็กชายระเวียงอายุ 6 ขวบ บุตรของโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะยุบ มันสมองไหล กระดูกไหปลาร้าหัก เสียค่ารักษาที่โรงพยาบาลสุราษฎ์ธานี 4,700 บาท ที่โรงพยาบาลประสาทพญาไท 4,587 บาท ค่ารถระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกรุงเทพมหานครเป็นเงิน 611.50 บาท เด็กชายระเวียงยังไม่หายต้องรักษาพยาบาลต่อไป สมองเสื่อมสติไม่ปกติเหมือนเดิม ศึกษาเล่าเรียนต่อไปไม่ได้ และประกอบการงานไม่ได้จนตลอดชีวิตเป็นเหตุให้โจทก์ขาดไร้อุปการะคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 70,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 79,898.50 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยที่ 1 มิได้ประมาท ค่ารักษาพยาบาลไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้อง เด็กชายระเวียงไม่ถึงตายเพียงได้รับบาดเจ็บ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะ จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และไม่ได้กระทำในทางการที่จ้าง รถเกิดเหตุไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ใช้ค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปแล้ว 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ขับรถคันเกิดเหตุด้วยความประมาท ในทางการที่จ้างชนเด็กชายระเวียงได้รับบาดเจ็บจนพิการตลอดชีวิต ต้องร่วมกันรับผิดตามฟ้องโดยให้หักเงิน 2,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ชำระแก่โจทก์ไปแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 77,898.50 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายระเวียง ในฟ้องข้อ 3 ที่โจทก์กล่าวว่าบุตรมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา โจทก์ต้องขาดไร้อุปการะจากเด็กชายระเวียงตลอดไปนั้น เป็นการฟ้องในฐานะส่วนตัวเรียกค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสาม ส่วนที่โจทก์บรรยายว่าเด็กชายระเวียงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะฟ้องก็ยังต้องรักษาพยาบาลอยู่ ที่เห็นได้ชัดคือสติไม่ปกติเหมือนเดิม เสียสุขภาพอนามัย สมองเสื่อม ศึกษาเล่าเรียนต่อไปอีกไม่ได้ ประกอบการงานไม่ได้จนตลอดชีวิต ทั้งไม่อาจรักษาให้หายเป็นปกติได้ ขอคิดค่าเสียหายในการนี้เพียง 10 ปีเป็นเงิน 70,000 บาท ถือได้ว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายแทนเด็กชายระเวียงบุตรผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 แม้ค่าเสียหายในฐานะส่วนตัวโจทก์เรียกร้องไม่ได้ตามกฎหมายเพราะเด็กชายระเวียงมิได้ถึงตาย โจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายแทนเด็กชายระเวียงบุตรผู้เยาว์ได้อยู่

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th