ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ชอบที่จะปฏิเสธไม่โอนย้ายไปทำงานกับบริษัทอื่นตามความต้องการของจำเลย ที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุโจทก์ไม่โอนย้ายไปดังกล่าว จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเป็นต้องเลิกจ้างโจทก์เพราะต้องยุบหน่วยงานที่โจทก์ทำงานอยู่ จึงไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าตามระเบียบข้อบังคับเอกสารหมาย ล.1 บทที่ 13 ข้อ 2 ที่ว่า การพ้นสภาพพนักงานเนื่องจากเหตุผลของบริษัทฯ หรือมีเหตุผลอื่นดังต่อไปนี้2.1 ปิดหรือยุบหน่วยงาน ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องปิดหรือยุบหน่วยงานหรือบางส่วนของหน่วยงาน นั้น มีความหมายว่าจำเลยจะปิดหรือยุบหน่วยงานได้ก็ต่อเมื่อจำเลยประกอบกิจการขาดทุนเท่านั้น เห็นว่า จำเลยมีระเบียบข้อบังคับฉบับแก้ไขปรับปรุงพ.ศ. 2528 บทที่ 13 ข้อ 2 ที่ใช้กับพนักงานของจำเลยซึ่งรวมทั้งโจทก์ด้วย ได้กำหนดถึงการพ้นสภาพของพนักงานว่าเนื่องจากเหตุผลของบริษัทหรือเหตุผลอื่น ดังต่อไปนี้ "ข้อ 2.1 ปิดหรือยุบหน่วยงานในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องปิดหรือยุบหน่วยงาน หรือบางส่วนของหน่วยงาน" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ยุบหน่วยงานที่โจทก์ทำงานอยู่ โจทก์จึงต้องพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าว ที่โจทก์อุทธรณ์โต้เถียงว่าการปิดหรือยุบหน่วยงานของจำเลยจะต้องเป็นกรณีที่จำเลยประกอบกิจการค้าขาดทุนจนไม่อาจดำเนินการต่อไปได้จึงจะปิดหรือยุบหน่วยงานได้ นั้น เห็นว่า ตามระเบียบข้อบังคับเอกสารหมาย ล.1 บทที่ 13ข้อ 2.1 ที่กำหนดให้ลูกจ้างพ้นสภาพการเป็นพนักงานมิได้ระบุว่าจะต้องเป็นกรณีที่ปิดหรือยุบหน่วยงานเพราะจำเลยประกอบกิจการค้าขาดทุนเท่านั้น หากบริษัทจำเลยมีความจำเป็นที่จะต้องปิดหรือยุบหน่วยงานด้วยเหตุผลอื่นที่สมควรก็ย่อมทำได้ สำหรับคดีนี้เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีความจำเป็นต้องยุบหน่วยงานกองโรงพิมพ์และไปเปิดเป็นบริษัท เอช แพ็ค (ประเทศไทย)จำกัด เนื่องจากจำเลยได้ขยายการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปีเป็นเหตุให้กองโรงพิมพ์ที่โจทก์ทำงานอยู่ไม่สามารถผลิตซองบรรจุสินค้าได้ทันความต้องการ จำเลยจึงแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มเครื่องจักรและหาเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการผลิตซองกับได้ชักชวนบริษัทเอช แพ็คเกจ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความชำนาญงานด้านนี้มาร่วมก่อตั้งบริษัท เอช แพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้น เป็นผลให้ลูกจ้างรวมทั้งโจทก์ต้องพ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ยอมโอนเป็นลูกจ้างในบริษัทใหม่ จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์การเลิกจ้างจึงมีเหตุอันสมควร และชอบด้วยระเบียบข้อบังคับดังกล่าวไม่ใช่เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th