ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีตำแหน่งเป็นคอเต็บของมัสยิดสวนพลู ซึ่งเป็นตำแหน่งถาวร จำเลยที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นกรรมการ ได้ร่วมกับนายวิรัตน์ ภู่มาลี กรรมการอีกคนหนึ่ง ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว ได้ทำละเมิดต่อโจทก์โดยร่วมกันออกคำสั่งปลดหรือถอดถอนโจทก์ออกจากตำแหน่งคอเต็บของมัสยิด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่ใช่กรรมการประจำมัสยิด ไม่มีกฎหมายให้อำนาจจำเลยปลดหรือถอดถอนได้ จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสีย

จำเลยทั้งหกให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยออกคำสั่งถอดถอนโจทก์ออกจากตำแหน่งเป็นการชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง จำเลยในฐานะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งถอดถอนโจทก์ออกจากตำแหน่งคอเต็บประจำมัสยิดโดยชอบ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์และจำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน

โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่มีอำนาจถอดถอนโจทก์ออกจากตำแหน่ง คำสั่งของจำเลยเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 8 กำหนดให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนกรรมการมัสยิด ส่วนการแต่งตั้งและถอดถอนนั้นได้มีระเบียบการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (สุเหร่า) และวิธีดำเนินการเกี่ยวแก่ศาสนกิจประจำมัสยิด (สุเหร่า) พ.ศ. 2492 กำหนดไว้แล้ว ตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่า อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ต่างก็คือกรรมการอิสลามประจำมัสยิดคนหนึ่งในจำนวนไม่เกิน 15 คน ตามระเบียบข้อ 4 ที่ว่า อิหม่าม คอเต็บบิหลั่น เป็นกรรมการโดยตำแหน่งนั้น หมายความว่าบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ไม่ต้องออกตามวาระ 4 ปีตามระเบียบข้อ 12 เมื่อถึงวาระเลือกตั้งใหม่ ถ้าบุคคลที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวยังมีตัวอยู่ และดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยก็ไม่ต้องเลือกตั้งเฉพาะตำแหน่งนั้น ถ้าดำรงตำแหน่งหน้าที่โดยเรียบร้อยก็อยู่ได้ตลอดไปจนชราทุพพลภาพ หรือพิการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งยกขึ้นเป็นกิติมศักดิ์ในตำแหน่งเดิม ถ้าดำรงตำแหน่งหน้าที่ไม่เรียบร้อย คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดอาจพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งได้ และโดยที่อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ต่างก็เป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดดังกล่าวแล้ว จึงต้องอยู่ภายใต้ระเบียบที่จะต้องพ้นจากตำแหน่งได้ตามระเบียบข้อ 13 หาใช่ว่าเป็นอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่นแล้วจะได้เป็นอยู่จนถึงชรา ทุพพลภาพหรือพิการเสมอไปทุกคน จะถอดถอนมิได้ดังที่โจทก์เข้าใจนั้นไม่ โจทก์ดำรงตำแหน่งคอเต็บมัสยิดสวนพลูก็เป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดนั้นคนหนึ่งย่อมอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบดังกล่าวนี้ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร มีอำนาจอยู่ตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 ดังกล่าวแล้ว วินิจฉัยว่าตามพฤติการณ์ของโจทก์มีเจตนาหน่วงเหนี่ยวการทำทะเบียนสัปบุรุษไว้เพื่อมิให้มีการเลือกตั้งอิหม่าม บิหลั่น และกรรมการประจำมัสยิด ถือได้ว่าโจทก์ทำการอันอาจเสื่อมเสียประโยชน์ของมัสยิดตามระเบียบข้อ 13(ฉ)จำเลยจึงชอบที่จะออกคำสั่งถอดถอนโจทก์ออกจากตำแหน่งคอเต็บสวนพลูได้ไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th