ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของรถประจำทาง (เมล์เหลือง) ซึ่งมีนายจำลอง ศรีฟ้าเลื่อน เป็นลูกจ้างขับในทางการที่จ้าง โดยประมาทชนนางสาวง้อแซ่กัง บุตรสาวของโจทก์ถึงแก่ความตาย เรียกค่าเสียหาย 60,700 บาท
จำเลยให้การว่า คนขับรถของจำเลยไม่ได้ประมาท เหตุเกิดเพราะความประมาทของนางสาวง้อผู้ตายเองที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตัดหน้ารถยนต์ของจำเลย สุดวิสัยที่คนขับของจำเลยจะหยุดรถได้ทัน โจทก์ไม่เสียหายเท่าที่ฟ้อง ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คนขับรถของจำเลยขับรถด้วยความประมาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 21,686 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ
โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยรับผิดเต็มตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ 60,686บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะใช้เงินให้โจทก์เสร็จ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาข้อแรกเกี่ยวกับการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง คือเดิมโจทก์บรรยายฟ้องว่ารถประจำทางของบริษัทจำเลยคันที่ชนนางสาวง้อ แซ่กัง บุตรสาวโจทก์นั้น มีนายดี จันทร์ทิพย์ เป็นคนขับ ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ขอแก้ฟ้องว่า คนขับรถของบริษัทจำเลยคันเกิดเหตุชื่อนายจำลอง ศรีฟ้าเลื่อน อ้างเหตุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกชื่อสับกันไปเพราะในระยะเวลาใกล้เคียงกันนั้น มีคดีรถยนต์ชนคนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งคนขับรถได้หลบหนีไปเช่นเดียวกัน จำเลยฎีกาว่า ศาลจะอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องไม่ได้ เพราะเป็นเวลาภายหลังศาลชี้สองสถานแล้ว และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยยื่นคำให้การ จำเลยก็มิได้ปฏิเสธว่านายดี จันทร์ทิพย์ คนขับรถประจำทางคันที่ชนนางสาวง้อบุตรโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย คงเถียงแต่เพียงว่า คนขับรถประจำทางของจำเลยมิได้เป็นฝ่ายประมาท แต่นางสาวง้อบุตรโจทก์ขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทตัดหน้ารถของจำเลย ฉะนั้น ที่โจทก์ระบุชื่อคนขับรถของบริษัทจำเลยผิดพลาดไปด้วยเหตุดังกล่าวมาข้างต้น แล้วมาแก้ไขให้ถูกต้องภายหลัง เป็นเรื่องแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อย แม้จะเป็นภายหลังกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ศาลก็มีอำนาจอนุญาตให้โจทก์แก้ไขให้ถูกต้องได้
เรื่องค่าขาดไร้อุปการะ จำเลยฎีกาว่าโจทก์มีบุตรอื่นอีก 6 คนที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอยู่ นางสาวง้อมิได้เลี้ยงดูโจทก์อย่างใด เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของนางสาวง้อชอบที่จะได้รับค่าขาดไร้อุปการะทั้งในปัจจุบันและในอนาคตโดยผลแห่งกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 443 วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 1535 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ต้องพิจารณาว่าขณะเกิดเหตุนางสาวง้อได้อุปการะโจทก์จริงหรือไม่ และในอนาคตนางสาวง้อจะอุปการะโจทก์จริงหรือไม่
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

