ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดิน ส.ค.1เลขที่ 31 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพลวง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ระหว่างนายชลูดผู้ตายกับจำเลย หากจำเลยไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยชดใช้ราคาที่ดินแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน196,115 บาท

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมจำเลยไม่เข้าใจฟ้องของโจทก์ ไม่สามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ที่ดินตามฟ้องเป็นของนายชลูดนายชลูดได้บอกขายที่ดินแปลงนี้แก่จำเลยในราคา 196,000 บาทจำเลยตกลงซื้อ แต่นายชลูดไม่สามารถลุกไปไหนได้ตามปกติ จำเลยจึงไปติดต่อปลัดอำเภอบ้านสร้างให้เป็นพยานในหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยเป็นผู้ชำระเงินไถ่ถอน ส.ค.1 เลขที่ 31 จากนายจำนงค์และเป็นพยานในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน และให้รับรองว่าขณะทำหนังสือมอบอำนาจและทำสัญญาซื้อขายที่ดินนั้น นายชลูดมีสติสัมปชัญญะดี สามารถทำนิติกรรมได้ ที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 31 ตามฟ้องจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ไม่ได้เป็นทรัพย์มรดกของนายชลูดแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ตายขายที่ดินให้แก่จำเลยจริง แม้การซื้อขายจะเป็นโมฆะเพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าผู้ตายมีเพียงสิทธิครอบครอง การที่ผู้ตายขายให้จำเลยย่อมเป็นการแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทไม่ยึดถือเพื่อตนต่อไปแล้วการครอบครองของผู้ตายจึงสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377 จำเลยเบิกความว่า ได้เข้าครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2528 ซึ่งเชื่อว่าเป็นความจริงเพราะจำเลยได้นำเงินไปชำระหนี้ให้แก่นายจำนงค์แทนผู้ตาย เมื่อจำเลยรับ ส.ค.1 สำหรับที่ดินพิพาทคืนมาจากนายจำนงค์แล้ว จำเลยก็นำไปมอบให้แก่นายไฉนยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ที่จำเลยกู้จากนายไฉนและให้นายไฉนทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่างดอกเบี้ยอันถือได้ว่าเป็นการยึดถือที่ดินพิพาทเพื่อตน จำเลยจึงได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367หลังจากผู้ตายสละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยแล้ว ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทจึงมิได้เป็นมรดกของผู้ตายแต่อย่างใด ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายเป็นฟ้องร้องให้ได้ทรัพย์พิพาทคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ถูกต้องแล้ว แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันรับฟ้องว่าเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้เสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ส่วนที่เกิน 200 บาท คืนให้โจทก์ไปนั้นไม่ถูกต้อง จึงเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้องเสียด้วย

พิพากษายืน แต่ไม่ต้องคืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th