ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักกระบือหรือมิฉะนั้นสมคบกันรับกระบือนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาด้วยการกระทำผิดแต่ในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321เป็นบทขอให้ลงโทษจำเลยด้วย คงอ้างแต่มาตรา 288, 293, 294, 72

จำเลยทั้งสามรับสารภาพว่าได้สมคบกันรับซื้อกระบือของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายจริง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยลักทรัพย์ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้น โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษเพราะไม่ได้อ้างบทมาตราฐานรับของโจรมาในท้ายคำฟ้องศาลจะลงโทษเกินคำขอไม่ได้พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานรับของโจร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า ควรยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6) ให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดจึงเห็นได้ว่าตามวิธีพิจารณามีความประสงค์ให้อ้างบทมาตราแห่งความผิดที่โจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตรฐานรับของโจรในท้ายฟ้องนั้นปรากฏตามท้องสำนวนว่าเป็นเพราะความพลั้งเผลอ จะวินิจฉัยว่าโจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ หาได้ไม่ เมื่อโจทก์มิได้มีคำขอให้ลงโทษฐานรับของโจรตามที่กฎหมายบัญญัติให้อ้าง จึงพิพากษาลงโทษจำเลยไม่ได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th