ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ได้ความว่า คดีนี้เหตุเกิดในจังหวัดกระบี่ อัยการจังหวัดกระบี่ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง แต่นายผ่องอัยการจังหวัดกาญจนบุรีลงชื่อในฟ้องโดยอธิบดีกรมอัยการได้โทรเลขถึงคณะกรมการจังหวัดกระบี่ให้นายผ่องมาดำเนินคดีนี้ และอธิบดีกรมอัยการได้มีหนังสือแจ้งให้ศาลจังหวัดกระบี่ทราบเช่นกัน ต่อมานายผ่องได้ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องที่พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่เป็นโจทก์นั้น ให้เป็นว่า พนักงานอัยการจังหวัดกาญจบุรีเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นเป็นแต่สั่งให้รวมสำนวน ต่อมาตำแหน่งอัยการจังหวัดกาญจนบุรีได้ถูกนำมาใช้เป็นโจทก์ในถ้อยคำสำนวนโดยนายผ่องลงชื่อจนถึงชั้นฎีกา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยบางคน ลงโทษจำเลยบางคน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อัยการจังหวัดกาญจนบุรีไม่มีอำนาจเป็นโจทก์พิพากษายกฟ้อง
อัยการจังหวัดกาญจนบุรีฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ 2478 มาตรา 20นั้น ซึ่งจะกล่าวเฉพาะที่เกี่ยวแก่ศาลฎีกาแล้ว อธิบดีกรมอัยการย่อมมีคำสั่งให้นายผ่องผู้ที่ระบุชื่อข้างต้นไปดำเนินคดีในศาลฎีกาได้แต่อธิบดีกรมอัยการย่อมทำไม่ได้ในการที่จะสั่งให้อัยการจังหวัดกาญจนบุรีมาดำเนินคดีในศาลฎีกา การที่เป็นโจทก์ฟ้องฎีกาในคดีที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดกระบี่นั้นเป็นการที่อัยการจังหวัดกาญจนบุรีทำไม่ได้ อัยการจังหวัดกาญจนบุรีจึงเป็นโจทก์ฟ้องฎีกาไม่ได้
พิพากษายกฎีกาให้จำหน่ายคดีจำเลย ซึ่งไม่ได้รับสำเนาฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








