ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจลักทรัพย์ปากกาของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยรู้ดีอยู่แล้วว่าปากกาไม่ใช่ของตนแต่ได้ฉวยโอกาสแจ้งเท็จต่อนายประสงค์ผู้เก็บได้ว่าเป็นปากกาของจำเลย จนนายประสงค์หลงเชื่อส่งมอบให้จำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงโจทก์ฟ้องและขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและผู้เสียหายมีอาชีพขายขนมในวันและเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายไปขายขนมที่ร้านขายกาแฟ ได้เอาปากกาลูกลื่นด้ามสีแดงปลอกสีทองไปใช้จดบัญชีผู้ซื้อเชื่อ นั่งขายอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ออกเร่ขายต่อไป ห่างร้านขายกาแฟประมาณ1 เส้น ผู้เสียหายทราบว่าปากกาหาย ได้วิ่งกลับไปที่ร้านกาแฟหลังจากออกไปได้ประมาณ 5 นาที ถามว่าใครเห็นปากกาบ้าง ก่อนหน้านั้นนายประสงค์เก็บปากกาด้ามนี้ได้หน้าร้านขายกาแฟ ได้ชูขึ้นถามหาเจ้าของ จำเลยว่าเป็นของจำเลย นายประสงค์จึงมอบให้จำเลย เมื่อผู้เสียหายกลับไปสอบถาม นายประสงค์บอกว่าเก็บได้และได้ให้จำเลยไปผู้เสียหายไปถามจำเลย ๆ ว่าไม่ได้เอาไป ผู้เสียหายให้จำเลยควักกระเป๋าเสื้อให้ดู จำเลยควักเอาปากกาคนละด้ามจากกระเป๋าเสื้อข้างขวาออกให้ดู นายประสงค์บอกว่าจำเลยใส่กระเป๋าเสื้อข้างซ้ายไว้จำเลยไม่ยอมควักกระเป๋าเสื้อข้างนั้นให้ดู ศาลฎีกาเห็นว่าปากกาของผู้เสียหายหล่นอยู่ในบริเวณร้านขายกาแฟที่ผู้เสียหายขายขนมอยู่แม้ผู้เสียหายจะได้ออกไปขายขนมที่อื่น ก็ไปห่างเพียงประมาณ 1 เส้นพอรู้ว่าปากกาหายหลังจากออกจากร้านขายกาแฟไปไม่เกิน 5 นาทีก็รีบกลับไปค้นหาและสอบถาม เป็นการกระชั้นชิดติดพันกัน ถือว่าทรัพย์ยังอยู่ในความยึดถือของผู้เสียหาย ไม่ใช่ทรัพย์ตกหาย เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 519/2502 การที่นายประสงค์เก็บได้มิใช่จะทำให้ความยึดถือของผู้เสียหายขาดตอนไป จำเลยเอาไปจากนายประสงค์โดยรู้อยู่ว่าไม่ใช่ของตนจึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตต้องด้วยความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ให้จำคุก 3 เดือน จำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อนสมควรให้โอกาสจำเลย ให้รอการลงโทษจำเลยไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th