ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้โจทย์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดรวม ๓ กะทง (๑) ฐานลักทรัพย์ (๒) ฐานหลบหนีจากที่คุมขัง (๓) ฐานแต่งเครื่องแบบราชการปลอมตนเปนเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๖๓,๒๙๓,๒๙๔,๑๒๗

ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ตัดสินต้องกันให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๓ ให้จำคุก ๖ เดือน แต่ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๒๘ แล ๑๖๓ อีกกะทงละ ๑ เดือน

จำเลยฎีกา

ฎีกาตัดสินว่าในเรื่องลักทรัพย์นั้นเปนข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑ มาตรา ๓ คงฎีกาได้แต่เฉภาะ ๒ ข้อที่ศาลอุทธรณ์แก้เท่านั้น ส่วนเรื่องที่หาว่าจำเลยถูกผู้บังคับการสั่งขังฐานผิดวินัยแล้วหลบหนีไป ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินให้ลงโทษจำเลยฐานหลบหนีจากที่คุมขัง แต่เรื่องที่จำเลยหลบหนีแล้วแต่เครื่องแบบปลอมตนเปนเจ้าพนักงานนั้นศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเปนตำรวจประจำการมียศเปนว่าที่นายสิบตำรวจโท ผู้บังคับการได้เรียกเครื่องแบบคืนแล้วแต่หาได้ถอดยศไม่ ตามพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวตำรวจภูธร พ.ศ.๒๔๕๘ ข้อ ๔ ต้องถือว่าจำเลยยังมียศอยู่ การที่จำเลยแต่งตัวเปนนายสิบตำรวจตรีหนีไปจากที่คุมขัง ทางพิจารณาไม่ได้ความปรากฎว่าจำเลยได้แต่งไปทำการทุจริต จึงไม่มีผิดให้ยกฟ้องในข้อนี้เสีย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th