ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า ด.ญ.วิลัย ด.ญ.จ่าย หวานสนิท เป็นบุตรนายวุ่นตามคำสั่งศาล นายวุ่น วายชนม์จำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกไว้จึงฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกตามส่วน
จำเลยต่อสู้ว่า นายวุ่นเจ้ามรดกตาย เมื่อเดือน 12 พ.ศ. 2487 มรดกของนายวุ่น ได้ตกทอดมายังจำเลยนายแดง นายรุ่นซึ่งเป็นบุตรแล้วทันที ด.ญ.จ่าย ด.ญ.วิลัย พึ่งจะมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามคำสั่งศาลเมื่อเดือนเมษายน 2488 เวลาภายหลังความตายของนายวุ่น จึงไม่มีมรดกที่จะได้รับหรือไม่มีสิทธิได้รับมรดกตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องทรัพย์แล้วพิพากษาใหม่ โดยเห็นในข้อกฎหมายว่าจำเลยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกด้วย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามความหมายแห่งมาตรา 1604 และ 1599 นั้นเมื่อเจ้ามรดกตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันที ฉะนั้นบุคคลธรรมดาที่จะเป็นทายาทและมีสิทธิรับมรดกของบุคคลใดได้ นอกจากจะต้องมีสภาพหรือสามารถมีสิทธิตาม มาตรา 1604 แล้วยังต้องมีสิทธิที่จะรับมรดกได้ในขณะที่เจ้ามรดกตายด้วย ด.ญ.จ่ายและด.ญ.วิลัยนี้แม้จะมีสภาพเป็นบุคคลในเวลาที่นายวุ่นตายก็จริง แต่ในขณะที่นายวุ่นตายและมรดกตกทอดนั้น หามีสิทธิที่จะได้รับมรดกของนายวุ่นไม่เพราะขณะนั้นยังไม่ใช่บุตรของนายวุ่น จึงไม่ใช่ทายาทของนายวุ่น โดยการเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้มีผลนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งเป็นเวลาภายหลังนายวุ่นตายแล้วและไม่มีมรดกจะรับ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


