ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของ ผู้อำนวยการ บรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณาหนังสือพิมพ์ชื่อ "นน.ปช." ซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายทั่วอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2518เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยได้ตีพิมพ์โฆษณาและจัดให้เผยแพร่ซึ่งข้อความอันเป็นการใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวฉบับที่ 25 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม2518 โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง คือตีพิมพ์โฆษณาพาดหัวข่าวว่า "น.ส.พ.ไถดะ บ้ากาม อาละวาด" และดำเนินข้อความเป็นข่าวต่อไปว่า ฯลฯ จำเลยเจตนากล่าวหมายถึงตัวโจทก์ใจความดังกล่าวเป็นความเท็จและมิได้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตทำให้โจทก์เสียหายเหตุเกิดที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ นน.ปช. แขวงวัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครและตลอดทั่วราชอาณาจักรไทยเพราะหนังสือพิมพ์ นน.ปช. มีจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรไทย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ให้ยึดและทำลายหนังสือพิมพ์ นน.ปช. ฉบับที่ 25 และให้จำเลยตีพิมพ์โฆษณาคำพิพากษาของศาลทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นน.ปช. เดลินิวส์ ประชาธิปไตย และสยามรัฐเป็นเวลา 5 วันติดต่อกันโดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าพิมพ์โฆษณา

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่าความผิดเกิดในเขตกรุงเทพฯ การที่หนังสือพิมพ์มีการวางจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรนั้นเป็นผลที่เกิดจากการกระทำผิดดังกล่าว

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไม่แน่ว่าเหตุเกิดในเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่หรือไม่ ไม่ชี้ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดพอสมควรเท่าที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5) เป็นฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงพิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นต้องถือว่าเกิดขึ้นในตำบลที่ข้อความหมิ่นประมาทปรากฏขึ้นด้วย คดีนี้ตามคำบรรยายฟ้องพอเข้าใจได้แล้วว่าหนังสือพิมพ์ที่มีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ปรากฏขึ้นในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย จึงต้องถือว่าความผิดได้เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งย่อมรวมทั้งอำเภอที่อยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงเชียงใหม่ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 และโจทก์ได้บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดพอสมควรเท่าที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเสียใหม่ตามรูปความ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th