ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลโดยเป็นกรมในรัฐบาลสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนผู้ใหญ่เตรียมอุดมศึกษาเป็นโรงเรียนของโจทก์จำเลยได้รับแต่งตั้งจากโจทก์ให้รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนผู้ใหญ่เตรียมอุดมศึกษาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2522เป็นต้นมาจนถึงวันฟ้อง มีหน้าที่ควบคุมดูแลรับผิดชอบในการบริหารงานของโรงเรียนทั้งหมด ตลอดจนด้านการเงินทุกประเภทของโรงเรียนเมื่อระหว่างปีการศึกษา 2525 ถึงปี 2528 จำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ โดยปฎิบัติหน้าที่ด้วยความบกพร่อง ปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ราชการของนายสมพงษ์ สง่างามให้เป็นไปตามระเบียบราชการ ไม่ควบคุมการรับเงินบำรุงการศึกษาจากนักศึกษานำส่งกองคลังของโจทก์ตามระเบียบ ไม่ควบคุมให้นายสมพงษ์จัดทำสมุดบัญชีแสดงรายการการรับเงินบำรุงการศึกษาสมุดบัญชีเงินสด สมุดบัญชีเงินคงเหลือประจำวันให้ครบถ้วนถูกต้องและไม่ควบคุมให้มีการเก็บรักษาเงินที่อยู่ในอำนาจของโรงเรียนให้เป็นไปตามระเบียบราชการ เป็นเหตุให้นายสมพงษ์รับเงินบำรุงการศึกษาแล้วนำฝากคลังบางส่วน และทุจริตเบียดบังยักยอกเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว 435,740.01 บาท การกระทำของจำเลยเป็นการปฎิบัติหน้าที่ราชการด้วยความบกพร่องประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 435,740.01 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์รู้ถึงการกระทำละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2529มิใช่ทราบเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2529 คดีโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 435,740.01 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทราบว่าจำเลยต้องร่วมรับผิดชดใช้เงินที่ขาดไปในวันที่ 8 ตุลาคม 2529ซึ่งเป็นวันที่อธิบดีกรมโจทก์ลงชื่อทราบในรายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดทางแพ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ทราบแต่เพียงว่านายสมพงษ์ได้กระทำความผิด แต่ยังไม่ทราบว่าจำเลยต้องร่วมรับผิดด้วย โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 30 กันยายน 2530คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ทราบว่าจำเลยต้องรับผิดในวันที่ 14 พฤษภาคม 2529 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยส่งเงิน 401,437.50 บาท แก่โจทก์นั้นหนังสือดังกล่าวเป็นเพียงหนังสือแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ใหญ่เตรียมอุดมศึกษาซึ่งจำเลยรักษาการอยู่นำส่งเงินบำรุงการศึกษาที่ขาดบัญชีให้โจทก์เท่านั้น มิใช่แจ้งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เพราะในขณะนั้นโจทก์ยังไม่ทราบว่าใครประมาทเลินเล่อและต้องรับผิดชอบบ้าง อายุความจึงยังไม่เริ่มนับคำพิพากษาฎีกาที่ 1868/2527 คดีระหว่าง กรมวิชาการเกษตร โจทก์นายพักตร นองวัตร กับพวก จำเลย ที่จำเลยอ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th