ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 340 และให้ร่วมกันคืนเงินจำนวน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยคนละ 12 ปีและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดคือปล้นทรัพย์ผู้เสียหายจริงหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานปากเดียวเบิกความว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 2คนเข้าล้อมตัวผู้เสียหายไว้บังคับให้นั่งลงที่พื้นดิน จำเลยที่ 1จับคอเสื้อและใช้มืออีกข้างหนึ่งปิดตาผู้เสียหายพร้อมกับพูดว่าทำไมไม่ให้เงิน จับผู้เสียหายนอนลง มีคนใช้เท้าเหยียบขาอ่อนผู้เสียหายและมีคนใช้มือสอดไปหยิบเงินในกระเป๋าลับที่ขอบกางเกงด้านหน้าของผู้เสียหายไป 6,500 บาท แต่ก็ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายอีกว่าผู้เสียหายกับจำเลยทั้งสามเป็นชาวบังกลาเทศด้วยกันรู้จักกันมาก่อนเป็นอย่างดีผู้เสียหายเคยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ก็ไปอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 1ที่ 2 แล้วต่อมาไปอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 3 และผู้เสียหายเคยยืมเงินจำเลยที่ 2 ในคืนเกิดเหตุจำเลยที่ 1 บอกให้ผู้เสียหายย้ายไปจากกรุงเทพมหานครในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเจือสมกับข้อนำสืบของจำเลยทั้งสามว่า เมื่อผู้เสียหายย้ายมาอยู่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ที่ 2ให้ผู้เสียหายอาศัยอยู่ด้วย ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและยอมให้ผู้เสียหายขายโรตีหน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตราซึ่งจำเลยที่ 1เคยขายดีมาก่อน โดยให้ขายเพียง 1 เดือน เมื่อมีเงินแล้วให้ย้ายไปขายที่อื่น แต่ต่อมาผู้เสียหายไม่ยอมย้ายที่ขายโรตี คืนเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปพบผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 บอกให้ผู้เสียหายย้ายที่ขายโรตี แต่ผู้เสียหายไม่ยอมจึงเกิดโต้เถียงกัน และจำเลยที่ 2ทวงเงินผู้เสียหาย แล้วเกิดโต้เถียงกันด้วยเช่นกัน จึงส่อแสดงว่าผู้เสียหายกับฝ่ายจำเลยทั้งสามมีข้อขัดแย้งขัดผลประโยชน์กันนอกจากนี้ผู้เสียหายยังเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยเกี่ยวกับข้อขัดแย้งดังกล่าวว่า จำเลยทั้งสามมีอาชีพขายโรตี เดิมจำเลยที่ 1ที่ 2 ขายโรตีอยู่หน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตรา แล้วเบิกความใหม่ว่าไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ขายโรตีอยู่ที่หน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตราหรือไม่ และเบิกความอีกว่าวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปหาผู้เสียหายที่หน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตราจำเลยที่ 2 ขอยืมเงิน2,000 - 3,000 บาท ผู้เสียหายให้เงินจำเลยที่ 2 ไปเพียง 500 บาทจำเลยที่ 2 ทราบว่าผู้เสียหายมีเงินแต่ไม่ยอมให้ จึงไม่พอใจแล้วเบิกความใหม่ว่า ตอนที่จำเลยที่ 2 ขอยืมเงินนั้นยืมกันที่บ้านจำเลยที่ 2 วันเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปพบกับผู้เสียหายเพื่อเยี่ยมเท่านั้น ไม่ได้ขอยืมเงินเป็นการเบิกความกลับไปกลับมามีพิรุธอีกด้วย ทั้งยังปรากฏว่าหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ก็ยังอยู่ในที่เกิดเหตุจนนายดาบตำรวจวิชัย ชื่นบำรุง กับจ่าสิบตำรวจนุกูล เมฆคงจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ในที่เกิดเหตุ แต่ตรวจค้นไม่พบเงินของผู้เสียหายที่จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ถูกพลตำรวจประหยัด นีสันเที๊ยะ กับพลตำรวจบุญชู รอดทะ จับกุมได้ในคืนเกิดเหตุแต่ก็ค้นไม่พบเงินของผู้เสียหายที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เช่นกันพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th