ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้1,439,100.71 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้น1,011,171.78 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 767 และ 768 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนกว่าจะครบ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 767 และ 768 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องซื้อมา เนื่องจากผู้ร้องมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวและความสมบูรณ์ในการทำนิติกรรมของผู้เยาว์จึงได้ใส่ชื่อจำเลยในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้แทนเพราะเป็นญาติและไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวมาโดยตลอดขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง และโจทก์ยื่นคำร้องว่ามีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องของ ผู้ร้องไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้าขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินจำนวน 250,000 บาท หรือตามที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายที่โจทก์อาจได้รับ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำเงินจำนวน 250,000 บาทมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ก่อนครบกำหนดวางเงินผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ต้องวางเงินประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง

เมื่อครบกำหนดผู้ร้องไม่วางเงินตามคำสั่งศาลศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องออกจากสารบบความ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยเป็นผู้มีชื่อในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 767 และ 768 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่โจทก์นำยึดในคดีนี้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373สันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้องเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่แตกต่างไปจากหลักฐานที่ปรากฏตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง จึงเป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ของผู้ร้องไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า และปรากฏตามคำร้องขอของผู้ร้องว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นเงิน 1,060,000 บาท ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อศาล 250,000 บาท ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 วรรคสอง (1) จึงเป็นการสมควรและเหมาะสมแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th