ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้ปืนพกขนาด .38 ของจำเลย ซึ่งมีไว้โดยชอบ ยิงพลทหารวิชิตโดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนที่จำเลยยิงถูกพลทหารวิชิตที่หน้าอกถึงแก่ความตายในคืนนั้นเองจำเลยเข้ามอบตัวพร้อมด้วยปืนพกขนาด .38 ปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก และได้หัวกระสุนจากศพผู้ตาย1 ลูกเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะกระสุนปืนที่จำเลยยิง และจำเลยสมัครใจวิวาทกับพวกผู้ตาย จำเลยจะอ้างว่ากระทำเพื่อป้องกันตัวหาได้ไม่ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยถูกผู้ตายกับพวกทำร้ายและถูกรุมชกต่อยและถูกตีด้วยขวดเบียร์ที่หน้าร้านที่เกิดเหตุ เพราะพวกผู้ตายเข้าใจผิดคิดว่าจำเลยอยู่ในกลุ่มที่ทำร้ายนายพิมล (พวกของผู้ตาย) ในตอนแรก การถูกทำร้ายโดยคนหลายคนรุมตี เตะ ต่อย เช่นนั้นเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง การกระทำของจำเลยที่ยิงไปนั้น เพื่อป้องกันตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ จึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยย่อมไม่มีความผิด และข้อเท็จจริงมิได้แสดงว่าจำเลยสมัครใจวิวาท
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ของกลางคืนจำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา







