ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ที่รายพิพาทเป็นที่ ๆ โจทก์ขอใบเหยียบย่ำตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๘ และทำที่รายนี้เป็นสวนยางพารารับเบอร์ และได้ปกครองอยู่ตลอดมา ในระหว่าง พ.ศ.๒๔๗๕ ถึง ๒๔๗๙ โจทก์ไปอยู่เสียที่ไทรบุรี ใน พ.ศ.๒๔๗๙ โจทก์กลับมาจะเข้าครอบครองสวนรายพิพาท แต่จำเลยเข้าครอบครองอยู่เสียขณะแต่โจทก์ละทิ้งไป และไม่ยอมให้โจทก์เข้าครอบครอง จึงฟ้องขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าที่รายนี้โจทก์ได้ทำให้มีสภาพเป็นสวนแต่ปี พ.ศ.๒๔๖๘ ก่อนใช้ประมวลแพ่ง ฯ บรรพ ๔ ตามหลักกฎหมายเดิม การละทิ้งที่ประเภทนี้แม้ยังไม่มีโฉนดต้องละทิ้งไป ๙ ปี ๑๐ ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ ตายนัยฎีกาที่ ๔๔๗,๔๔๘/๒๔๗๑ หรือจะว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาเกิน ๑ ปีย่อมขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๓๗๕ ก็ไม่ได้ เพราะการครอบครองอันเป็นเหตุให้ได้กรรมสิทธิจะเป็นที่มีหรือไม่มีหนังสือสำคัญก็ดี ต้องมีกำหนดระยะเวลา ๑๐ ปี ตาม ม.๑๓๘๒ ดังนัยฎีกาที่ ๒๔๔/๒๔๘๐ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


