ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดลำปางในข้อหาหรือฐานความผิดเรื่องผิดสัญญาซื้อขายในระหว่างพิจารณาจำเลยได้โอนขายรถยนต์ คันหมายเลขทะเบียน น - 6387ลำปาง ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้แก่นายประสาน คูสวัสดิ์จำเลยได้กระทำการดังกล่าวเพื่อไม่ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของตนได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 3

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาในชั้นฎีกาว่าอุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 22 หรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากห้างหุ้นส่วนจำกัดคิมวานิช และได้ค้างชำระค่าเช่าซื้อรวมเป็นเงิน 40,000 บาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดคิมวานิช ได้ติดตามทวงถามและยื่นคำขาดให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อที่ค้าง มิฉะนั้นจะยึดรถคืน จำเลยจึงขอให้นายประสาน คูสวัสดิ์ ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างแทนจำเลย แล้วจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถพิพาทจากนายประสาน และได้มีการทำเรื่องโอนรถพิพาทจากห้างหุ้นส่วนจำกัดคิมวานิชให้จำเลยและจากจำเลยโอนให้แก่นายประสานตามข้อตกลงการที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของรถพิพาทก่อนโอนให้นายประสานนั้น จำเลยมิได้มีกรรมสิทธิ์ในรถคันพิพาทอย่างแท้จริง แต่เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างจำเลยกับนายประสานในฐานะลูกหนี้เจ้าหนี้ การกระทำของจำเลยหาได้มีเจตนาที่จะมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทที่โอนให้แก่นายประสาน และการโอนรถพิพาทมีเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้ว เห็นว่า เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th