ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า นายสมกับจำเลย ซึ่งเป็นสามีภริยากันและมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เลขที่ 732 ได้ร่วมกันขายที่ดินบางส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่ดินดังกล่าวให้แก่นายทองสูรย์กับโจทก์ซึ่งเป็นสามีภริยากันหลายครั้ง รวมเนื้อที่ดินประมาณ 3 ไร่ จำเลยได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์แล้ว โจทก์ขอให้จำเลยแบ่งแยกและจดทะเบียนที่ดินแต่จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ขาย และบุกรุกเอาที่นาโจทก์เนื้อที่ 2 งานขอให้พิพากษาว่าที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 732 เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เป็นของโจทก์ ให้จำเลยจดทะเบียนโอนแบ่งแยกให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง

จำเลยให้การว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เลขที่ 732 เป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว จำเลยและนายสมไม่เคยแบ่งขายที่ดินให้โจทก์หรือนายทองสูรย์แต่อย่างใด สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาปลอม จำเลยกู้ยืมเงินนายทองสูรย์หลายครั้ง และมอบที่ดินให้นายทองสูรย์ทำกินต่างดอกเบี้ยรวมเนื้อที่ดิน 1 ไร่ 2 งานเศษมิใช่ 3 ไร่เศษ ตามฟ้องโจทก์ จำเลยนำเงินที่กู้ยืมไปชำระโจทก์ไม่ยอมรับชำระหนี้อ้างว่าจำเลยได้ขายที่ดินให้แก่นายทองสูรย์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เลขที่ 732 เนื้อที่โดยประมาณ 2 ไร่ 89 ตารางวาโจทก์มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ในการทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.8 นั้นโจทก์และสามีเป็นผู้ตกลงซื้อจากจำเลยและสามีจำเลย ดังนั้นในสัญญาซื้อขายดังกล่าวฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงชื่อแต่เพียงลำพังคนเดียวก็ได้ ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เพราะที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าการซื้อขายย่อมกระทำได้โดยทำการตกลงกันและส่งมอบการครอบครองให้แก่ฝ่ายผู้ซื้อ ซึ่งคดีนี้ก็ปรากฏว่า จำเลยและสามีได้ตกลงขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และสามี พร้อมทั้งแสดงเจตนาสละการครอบครองที่ดินพิพาทโดยการส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และสามีโจทก์จึงมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th