ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,289, 80, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานายเอิบ อินทร์เนื่อง บิดาของนายวรรณกรอินทร์เนื่อง ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 80, 83 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิตฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้จำคุกตลอดชีวิต คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงไม่มีเหตุที่จะลดโทษให้จำเลย เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยแล้ว จึงไม่นำโทษจำคุกมารวม คงให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว คำขอโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ แต่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 16 มิถุนายน 2535 ขอถอนอุทธรณ์ โดยขอให้คดีถึงที่สุดก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2535 เพื่อจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2535

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่าอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ยังคงต้องพิจารณาคดีต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 และพิพากษายืน

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2535 และออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้คดีถึงที่สุดในวันนั้นเอง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 245 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งสำนวนคดีที่พิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตไปยังศาลอุทธรณ์เมื่อไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษานั้นและคำพิพากษาเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุดเว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์และพิจารณาพิพากษาคดีนี้ต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 จึงชอบแล้วและเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คดีย่อมถึงที่สุด จำเลยจะฎีกาคัดค้านว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดไม่ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาคัดค้านว่าศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดไม่ถูกต้อง ขอให้แก้หมายเป็นว่าถึงที่สุดวันที่ 16 มิถุนายน 2535 อันเป็นวันที่จำเลยขอถอนอุทธรณ์นั้น เห็นว่า หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดเป็นหมายอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(9) มิใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งที่จะอุทธรณ์ฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 และ 216 หากจำเลยเห็นว่าการออกหมายไม่ถูกต้อง ก็ต้องไปร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขหมายนั้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นพิจารณามีคำสั่งเสียก่อน ฎีกาของจำเลยทั้งหมดจึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th