ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะไล่ติดตาม และใช้อาวุธปืนในการปล้น และจำเลยกับพวกได้หลบหนีไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี, 83,33 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย และขอให้ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 83 ลงโทษจำคุก 20 ปี ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 จำคุก 12 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 ปี รถจักรยานยนต์ของกลางไม่ริบ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์สวนทางกับจำเลยซึ่งขับรถจักรยานยนต์เช่นกัน แล้วผู้เสียหายไปได้อีกประมาณ 10 เมตร ก็ถูกพวกของจำเลยอีก 2 คนใช้อาวุธปืนจี้บังคับเอาทรัพย์จากผู้เสียหายและขณะที่มีการค้นตัวผู้เสียหายอยู่ จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ย้อนกลับมาจอดห่างผู้เสียหายประมาณ 1 วา จำเลยมิได้ลงจากรถจักรยานยนต์เมื่อพวกของจำเลยได้ทรัพย์จากผู้เสียหายแล้ว จำเลยจึงขับรถจักรยานยนต์ของจำเลยออกไป และพวกจำเลยอีก 2 คนก็ขับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายซ้อนท้ายตามไป พฤติการณ์ดังกล่าวไม่พอฟังว่าจำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์ของตนเพื่อกระทำความผิด จำเลยเพียงแต่ใช้รถจักรยานยนต์ของตนเป็นยานพาหนะขับมายังที่เกิดเหตุ และขับออกไปจากที่เกิดเหตุ แต่การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ของตนออกไปจากที่เกิดเหตุพร้อมกับพวกของจำเลยอีกสองคนซึ่งพาเอาทรัพย์ที่ปล้นจากผู้เสียหายไปได้ และเป็นเหตุให้ผู้เสียหายซึ่งได้ออกติดตามจำเลยกับพวกไป ไม่สามารถติดตามได้ทัน จึงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุเพื่อให้พ้นจากการจับกุม อันถือได้ว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ด้วยที่โจทก์ขอมาท้ายฎีกาว่าขอให้ระวางโทษจำเลยอีกกึ่งหนึ่งนั้น ถือได้ว่าโจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา 340 ตรี โดยระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา 340 กึ่งหนึ่งนั่นเอง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางนั้นเห็นว่าเมื่อรถจักรยานยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด แต่เป็นเพียงยานพาหนะที่จำเลยขับมายังที่เกิดเหตุ และขับออกไปจากที่เกิดเหตุ เมื่อการปล้นทรัพย์สำเร็จแล้วเท่านั้น ซึ่งแม้จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 ตรี ดังได้วินิจฉัยมาข้างต้นก็ตาม แต่การที่จะริบได้นั้นจะต้องเป็นทรัพย์ซึ่งได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) เมื่อรถจักรยานยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะริบได้ตามบทมาตราดังกล่าว จึงจะสั่งริบหาได้ไม่ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าไม่สมควรลดโทษให้จำเลย เนื่องจากคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีประจักษ์พยานรู้เห็นในที่เกิดเหตุคือผู้เสียหายเพียงคนเดียวเท่านั้น พยานโจทก์ปากอื่นเป็นเพียงพยานแวดล้อม กรณีถือได้ว่าคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่รับสารภาพนั้นเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้จำเลยนั้นชอบแล้วฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 ตรีด้วย ลงโทษจำคุก 18 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุก 12 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th