ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้สืบเนื่องมาจากในชั้นเดิมโจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานว่าบังอาจแสดงอำนาจปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ โดยจับกุมตัวโจทก์ ห้ามมิให้โจทก์ใช้เครื่องจักรประกอบกิจการสับไม้และแกล้งทำการสอบสวนหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้กระทำผิด ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินแก่โจทก์

จำเลยให้การปฏิเสธว่า มิได้กระทำการอันเป็นการละเมิดตามที่กล่าวหา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยตัวโจทก์เป็นผู้ลงนามในคำฟ้องอุทธรณ์ ทนายโจทก์เป็นผู้ลงนามในช่องผู้เรียงคำฟ้องอุทธรณ์ และตัวโจทก์เป็นผู้นำคำฟ้องอุทธรณ์มายื่นต่อศาลชั้นต้น ทนายโจทก์ไม่ได้นำมายื่นเอง

ศาลชั้นต้นสั่งว่า ในคำฟ้องอุทธรณ์มีข้อความที่กล่าวก้าวร้าวเสียดสีศาล จึงเรียกโจทก์มาสอบถามในวันนั้น แล้วสั่งให้โจทก์แก้ไขข้อความในส่วนที่ว่าก้าวร้าวนั้นเสีย หากโจทก์จะยื่นโดยใช้ข้อความเดิม ก็ให้ทำคำแถลงยืนยันมาเป็นลายลักษณ์อักษร

โจทก์ยื่นคำแถลงในวันนั้นว่ายืนยันยื่นอุทธรณ์ตามที่ได้ยื่นไว้แล้ว

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ และต่อมาสั่งว่าโจทก์กับทนายโจทก์ละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้จำคุกโจทก์และทนายโจทก์คนละ 2 เดือน

โจทก์และทนายโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์และทนายโจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความในฟ้องอุทธรณ์ที่กล่าวว่า "…การกระทำของศาลเป็นการไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น เพื่อช่วยฝ่ายจำเลยซึ่งมีอิทธิพลทำให้คดีของโจทก์เสียเปรียบในเชิงคดี และเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์ในการดำเนินกระบวนพิจารณา ฯลฯ" นั้น เป็นการกล่าวหาว่าศาลกระทำการไม่เป็นธรรมช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง แม้ข้อความข้างต้นจะเป็นข้อความซึ่งโจทก์คัดมาจากคำแถลงติดสำนวนของโจทก์ที่ยื่นไว้ยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคก็ตาม แต่การที่โจทก์ยกมากล่าวไว้ในอุทธรณ์โดยไม่จำเป็น จึงเป็นการแสดงเจตนาว่าโจทก์มุ่งกล่าวไว้ให้เห็นในคำฟ้องอุทธรณ์ถือได้ว่าเป็นการมุ่งกล่าวเสียดสีศาล นอกจากนี้มีสำเนาคำร้องเรียนถึงคณะกรรมการตุลาการที่แนบมาท้ายอุทธรณ์ อันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องอุทธรณ์นั้น ก็มีข้อความว่า ศาลเกรงกลัวอิทธิพลของจำเลยและกระทำการโดยมิชอบด้วยทำนองคลองธรรม ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความที่กล่าวไว้เหล่านั้นเป็นข้อความที่เสียดสีศาล เมื่อเอามายื่นต่อศาล ถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้ตัวโจทก์จะเป็นผู้ยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ แต่ทนายโจทก์ก็เป็นผู้เรียงข้อความที่เสียดสีเหล่านั้น ผลแห่งการยื่นจึงถือได้ว่าเท่ากับว่าทนายโจทก์เป็นผู้ยื่นตัวเองด้วย ทั้งทนายโจทก์และตัวโจทก์ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในฐานที่ประพฤติตนไม่เรียบร้อยอย่างหนึ่งในบริเวณศาลแต่ศาลเห็นสมควรลงโทษเพียงปรับ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ปรับโจทก์และทนายโจทก์คนละ 200 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th