ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 2,000 บาท ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯมาตรา 48, 73, 84 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงคงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2521 เวลา 18 นาฬิกา พันตำรวจตรีเฉลิม สังข์ทอง ร้อยตำรวจโททองเริ่ม กลิ่นกระจาย นั่งรถยนต์กลับจากราชการ พบจำเลยแต่งเครื่องแบบตำรวจสีเขียวขับรถยนต์บรรทุก มีราษฎรสองคนอยู่บนรถยนต์ด้วย จึงเรียกให้หยุดพบไม้แปรรูปไม่มีรอยตราของเจ้าพนักงานประทับ จำนวน 158 แผ่นปริมาตร 2.04 ลูกบาศก์เมตร จึงจับกุมจำเลยและชาย 2 คนที่อยู่บนรถยนต์คือ นายประดิษฐ์ มังกรและนายเพิก ดีปีน ส่งพนักงานสอบสวนในข้อหาร่วมกันมีไม้แปรรูปผิดกฎหมาย พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพิษณุโลกฟ้องคนทั้งสองต่อศาลแขวงพิษณุโลก นายประดิษฐ์และนายเพิกรับสารภาพศาลแขวงพิษณุโลกพิพากษาลงโทษไปแล้ว และสั่งให้โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ที่โจทก์ฎีกาว่า ที่จำเลยอ้างว่าเป็นผู้จับนายประดิษฐ์และนายเพิกมีพฤติการณ์เป็นพิรุธ เพราะจำเลยไม่ได้ทำบันทึกการจับกุมและปล่อยให้นายประดิษฐ์และนายเพิกนั่งมาในรถยนต์คันเดียวกับจำเลย โดยจำเลยเป็นคนขับรถยนต์ ผู้ต้องหามีโอกาสที่จะหลบหนีหรือทำอันตรายแก่จำเลยได้และพฤติการณ์ของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยได้ร่วมกับนายประดิษฐ์และนายเพิกกระทำความผิดในคดีนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าการทำบันทึกการจับกุมจะทำตรงที่จับกุมหรือที่ใดก็ได้ เช่นในกรณีพันตำรวจตรีเฉลิมจับกุมจำเลยกับพวกก็ทำบันทึกกันที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังทอง ฉะนั้นจะนำข้อพิรุธที่จำเลยไม่ทำบันทึกการจับกุมนายประดิษฐ์และนายเพิกมาเป็นเหตุยืนยันว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับนายประดิษฐ์และนายเพิกยังไม่ได้ ส่วนการที่จำเลยจับกุมตัวนายประดิษฐ์และนายเพิกให้นั่งรถยนต์บรรทุกมาโดยไม่ใช่เครื่องพันธนาการทั้ง ๆ ที่จำเลยผู้จับมีแต่ผู้เดียว ก็ยังฟังเป็นข้อพิรุธไม่ได้ถนัดเพราะจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาย่อมมีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าได้ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 บัญญัติว่าเจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจพร้อมด้วยผู้จับ แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป ในกรณีจำเลยเพียงแต่บอกนายประดิษฐ์กับนายเพิกว่าถูกจับในข้อหามีไม้แปรรูปผิดกฎหมาย และให้คนทั้งสองไปสถานีตำรวจพร้อมกับจำเลยก็ถือว่าเป็นการจับตามกฎหมายแล้วเมื่อได้ความว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมรับสารภาพยอมไปกับจำเลยด้วยดี จำเลยก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้วิธีจับตัวไป เมื่อจำเลยไม่ใช่วิธีจับตัวผู้ต้องหาถูกจับ จึงไม่ต้องใช้เครื่องพันธนาการเพื่อป้องกันมิให้ผู้ถูกจับหลบหนีพฤติการณ์ของจำเลยตามพยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้ร่วมกับนายประดิษฐ์และนายเพิกกระทำความผิดตามฟ้อง"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th