ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวจากโจทก์เพื่อใช้ประกอบการค้าโดยใช้เป็นโรงงานทำขนมปังและที่ขายสุราอาหาร ครบกำหนดการเช่าจำเลยยังคงใช้ที่เช่าต่อมา เป็นการเช่าไม่มีกำหนดเวลา จำเลยก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นในที่เช่า โจทก์บอกเลิกการเช่าจำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้ปฏิเสธฟ้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยาน พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสถานที่เช่าของโจทก์ และใช้ค่าเสียหาย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้หากความจริงจะเป็นดังที่จำเลยอ้างว่าเดิมใช้ตึกพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยด้วยก็ตาม แต่เมื่อต่อมาจำเลยได้ใช้ตึกพิพาทำการค้าสมกับข้อความในสัญญาเช่า แต่ได้มีการเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์ด้วย ก็เห็นได้ว่าวัตถุประสงค์แห่งการเช่าตึกพิพาทของจำเลยได้เปลี่ยนไปเป็นเพื่อประกอบการค้าแล้ว ดังนี้ จะฟังว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่ออยู่อาศัยหาได้ไม่จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ตามฎีกาของจำเลย และประเด็นข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลย่อมวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

