ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดิน ส่วนที่เป็นอาคารจำนวน 6 คูหา เนื้อที่ 25 คูณ 14 เมตร ตามสัญญาเช่าให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่สามารถส่งมอบให้ได้ ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 20,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยรื้อถอนเพิงที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มออกไปจากที่ดินพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก

ระหว่างบังคับคดีจำเลยถึงแก่ความตาย นายตะวัน พรหมลิทธิ นายประหลาดพรหมลิทธิ และนายพงศ์กวี พรหมลัทธิ ผู้จัดการมรดกของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ต่อมานางแก้วตา อุทยานสิงห์หรือพรหมลิทธิ ผู้จัดการมรดกของจำเลยอีกคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย และยื่นคำร้องอีกฉบับหนึ่งว่าระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าเบิกความ 2 ปาก ฝ่ายจำเลยโดยทนายจำเลยแถลงต่อศาลเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 ว่า ไม่ติดใจสืบพยานซึ่งกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นการร่วมกันสมคบฉ้อฉลโดยเจตนาทุจริตระหว่างโจทก์กับทนายจำเลยเพื่อให้คดีเสร็จไปโดยเร็ว เป็นผลให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีตามฟ้อง ทำให้คดีของจำเลยเสียหาย โดยไม่มีการแจ้งผลแห่งคดีและปล่อยให้คดีพ้นเวลาอุทธรณ์กระบวนพิจารณาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 จึงผิดระเบียบทำให้คำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ไต่สวนคำร้องและเพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบทั้งหมด

โจทก์ไม่ค้านที่นางแก้วตาผู้ร้องที่ 4 ขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย แต่คัดค้านที่ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องที่ 4 ยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนด 8 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา และตามคำร้องไม่ปรากฏว่ากระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ผู้ร้องที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

ผู้ร้องที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 30 ธันวาคม 2539 โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาระหว่างโจทก์ดำเนินการบังคับคดีจำเลยได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2541ด้วยโรคชรา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องที่ 4 มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 โดยอ้างว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599, 1600 เพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้ดำเนินคดีโดยแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดีมาแต่ต้น จนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ ผู้ร้องที่ 4 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวที่อ้างว่าผิดระเบียบได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องที่ 4 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th