ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของโจทก์แล้วจำเลยได้บังอาจเบียดบังยักยอกเงิน ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของจำเลยไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ยังไม่มีมูลทางอาญาตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่าคดีของโจทก์ไม่มีมูลทางอาญา คู่ความจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 10 โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่า คดีของโจทก์มีมูล ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงมา ก็หาทำให้โจทก์มีสิทธิฎีกาต่อไปแต่อย่างใดไม่
พิพากษายกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








