ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักรถยนต์ยี่ห้อ บีเอ็มดับบลิวไปโดยจำเลยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงานมียศร้อยตรีประจำอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า และจำเลยใช้กุญแจปลอมไขกลอนประตูรถยนต์ซึ่งทำขึ้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์และใช้กุญแจปลอมติดเครื่องยนต์ขับขี่ไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 335(3)(6), 83 และเพิ่มโทษจำเลย
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษมาแล้วตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(3)(5) จำคุก 5 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3) และ (5) นั้น ความผิดตามมาตรา 335(3)เป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ ศาลฎีกาเห็นว่าการใช้ลูกกุญแจปลอมที่เตรียมมาไขกุญแจประตูรถและติดเครื่องยนต์หาใช่เป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ไม่ และกุญแจประตูรถเป็นส่วนหนึ่งของรถ จำเลยลักรถยนต์ตามฟ้องไปทั้งคัน จะถือว่าจำเลยลักทรัพย์โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์หาได้ไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 335(3) ส่วนความผิดตามมาตรา 335(5) เป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยลักรถยนต์ตามฟ้องโดยล่วงว่าเป็นเจ้าพนักงานยศร้อยตรีประจำอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(6) ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน มิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา 335(5) ศาลฎีกาได้พิเคราะห์คำฟ้องและบทมาตราในกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยแล้ว เห็นได้ชัดว่าโจทก์มุ่งประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน มิได้ประสงค์ให้ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยแปลงหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(5) ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามประมวลหมายอาญา มาตรา 335(5) เป็นการลงโทษในเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ นอกจากนี้คดีไม่มีประเด็นในชั้นนี้ว่า จะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โดยลวงว่า เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(6) ได้หรือไม่ เพราะเมื่อศาลชั้นต้นไม่ปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(6)โจทก์ก็มิได้อุทธรณ์ฎีกาให้ลงโทษตามบทมาตราดังกล่าวให้เป็นประเด็นขึ้นมา ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลฎีกาจึงลงโทษจำเลยได้ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 เท่านั้น
ขณะนี้คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ พระราชบัญญัติล้างมลทินในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ. 2526 ใช้บังคับ มาตรา 4แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 6 เมษายน 2525 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในความผิดนั้น ๆ ปรากฏว่าความผิดฐานรับของโจรที่โจทก์ถือเป็นเหตุขอเพิ่มโทษจำเลยนั้น จำเลยได้กระทำก่อนวันที่ 6 เมษายน 2525 และได้พ้นโทษไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดังนั้นจึงเพิ่มโทษจำเลยตามที่โจทก์ขอไม่ได้
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334จำคุก 3 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


