ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันลักทรัพย์ของนายจ้าง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 3,750 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา335(7)(11) วรรคสาม), 83 จำคุก 4 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี สำหรับของกลางปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว จึงให้ยกคำขอส่วนนี้

จำเลยอุทธรณ์ขอลดโทษและรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยและผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีสำหรับผู้ร้อง แม้ผู้ร้องจะเป็นมารดาจำเลยและจำเลยจะเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีตามฎีกาผู้ร้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความในคดีและมิใช่มารดาของผู้เสียหายอันจะเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(1) หรือ (2)ผู้ร้องจึงไม่อาจฎีกาเข้ามาในคดีได้ ส่วนฎีกาจำเลยที่อ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 เพราะจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้นั้น เห็นว่า ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยมิได้กล่าวอ้างว่าไม่สามารถต่อสู้คดีได้เพราะเป็นผู้วิกลจริต และขอให้ศาลชั้นต้นส่งจำเลยไปให้พนักงานแพทย์ทำการตรวจ เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าว ทั้งมิได้ยกเหตุนี้ขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ จำเลยเพียงแต่ขอให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษและรอการลงโทษจำคุกเท่านั้น ฎีกาของจำเลยจึงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงอันนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และที่จำเลยฎีกาอ้างเหตุว่าเป็นโรคจิตมีเหตุลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 นั้น จำเลยเพียงแต่ยื่นคำร้องประกอบคำให้การรับสารภาพเพื่อให้ศาลรอการลงโทษเท่านั้นมิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยเป็นโรคจิต และกระทำผิดในขณะรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างหรือไม่อย่างไร จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นเช่นเดียวกันต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา249 วรรคแรก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15…คดีนี้คู่ความฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย หากศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างลงโทษจำเลยหนักเกินไปก็ย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยให้เหมาะสมแก่ความผิดได้ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ขณะกระทำความผิดจำเลยมีอายุ 18 ปีเศษ ซึ่งผู้เสียหายได้แถลงไม่ติดใจดำเนินคดีจำเลยต่อไป สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดไว้มีกำหนด 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติจำเลยดังนี้(1) ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 2 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด1 ปี (2) ให้จำเลยเข้ารับการบำบัดรักษาอาการบกพร่องทางจิตที่โรงพยาบาลจิตเวช เป็นเวลา 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th