ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตไว้กับสาขาโจทก์ที่กรุงเทพมหานคร โดยตกลงให้สาขาโจทก์รับรองการจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากผู้ขาย ต่อมาผู้ขายได้แจ้งและมอบเอกสารต่าง ๆ แสดงถึงการที่ได้ส่งสินค้าให้จำเลยแล้วให้แก่โจทก์พร้อมทั้งส่งตั๋วเรียกเก็บเงินจากโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้จ่ายเงินให้ไปแล้ว แต่เมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินจากจำเลย จำเลยไม่ยอมชำระ จึงขอให้พิพากษาบังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์

จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดหลายประการ รวมทั้งต่อสู้คดีว่าโจทก์จ่ายเงินให้แก่ผู้ขายไปโดยผิดเงื่อนไขในสัญญา และโจทก์ไม่ได้จัดการแก้ไขเงื่อนไขในสัญญาตามที่จำเลยขอแก้ไข ทำให้จำเลยไม่ได้รับสินค้าตามที่สั่งซื้อ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เงื่อนไขในการชำระราคาสินค้าตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตที่จำเลยทำไว้กับสาขาโจทก์ที่กรุงเทพมหานครมี 2 ประการคือ ผู้ขายอาจเรียกเก็บค่าสินค้าจากสาขาโจทก์ที่กรุงเทพมหานครหรือจากสำนักงานใหญ่ของโจทก์ที่สิงคโปร์ได้ประการหนึ่ง หรือจะออกตั๋วแลกเงินเรียกเก็บจากจำเลยโดยตรงก็ได้อีกประการหนึ่ง ดังนั้น การที่ผู้ขายออกตั๋วแลกเงินจำนวนเงินตามราคาสินค้าส่งมอบให้สำนักงานใหญ่ของโจทก์พร้อมด้วยเอกสารต่าง ๆ ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในเลตเตอร์ออฟเครดิต และสำนักงานใหญ่ของโจทก์รับซื้อตั๋วแลกเงินและเอกสารดังกล่าวไว้โดยจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายไป ย่อมถือได้ว่าผู้ขายได้เรียกเก็บเงินค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากสำนักงานใหญ่ของโจทก์ได้จ่ายเงินค่าสินค้าแทนจำเลยไปถูกต้องตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตที่จำเลยทำไว้กับสาขาโจทก์แล้ว เมื่อสำนักงานใหญ่ของโจทก์ส่งตั๋วแลกเงินและเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้นมาให้สาขาโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงินจากจำเลย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระ จะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้

จำเลยขอแก้ไขเงื่อนไขในเลตเตอร์ออฟเครดิตเป็นว่าจำเลยจะต้องไปตรวจรับสินค้าก่อนสินค้าลงเรือ โจทก์ได้จัดการขอแก้ไขไปตามที่จำเลยต้องการแล้วแต่ทางผู้ขายไม่ยินยอมให้แก้ ฉะนั้น การที่จำเลยไม่ได้ไปลงชื่อตรวจรับสินค้าจึงไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้หนี้แก่โจทก์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิต

สำหรับอัตราดอกเบี้ย ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ความแจ้งชัดว่า ตามปกติโจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเท่าใด จึงให้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยเป็นว่าให้จำเลยเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th