ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลงตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3762 ตำบลทุ่งไชยอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน20 ตารางวา เมื่อประมาณ 4 ปีมานี้ จำเลยทั้งสองได้ขออาศัยปลูกบ้านและยุ้งข้าวลงในส่วนหนึ่งของที่ดินดังกล่าวโดยมีข้อตกลงว่าหากโจทก์ต้องการให้จำเลยทั้งสองรื้อบ้านและสิ่งปลูกสร้างเมื่อใดจำเลยจะปฏิบัติทันทีครั้นเดือนมีนาคม 2532 โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองรื้อบ้านและยุ้งข้าวออกไปแต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมปฏิบัติตาม จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อบ้านและยุ้งข้าวออกจากที่ดินของโจทก์ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเสียค่าเช่าที่ดินให้แก่โจทก์เดือนละ 500 บาทนับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อบ้านและยุ้งข้าวออกจากที่ดินของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ประมาณ 2 งานเป็นของนายเทียน บุดดาวงค์ บิดาของจำเลยที่ 2ไม่ใช่ของโจทก์ นายเทียนเป็นผู้ปลูกสร้างบ้านลงในที่ดินดังกล่าวประมาณ 20 ปีแล้ว นายเทียนและจำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทติดต่อกันมาจนปัจจุบันนี้ โจทก์ออก น.ส.3 ก. ที่ดินพิพาทไว้แทนนายเทียนและจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายเทียน บุดดาวงค์ และจำเลยทั้งสอง ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้โจทก์จดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่นายเทียน บุดดาวงค์ และจำเลยทั้งสอง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และนายแก้วสามีโจทก์ไม่ใช่ของนายเทียน เมื่อประมาณ 10 ปี มานี้นายเทียนไม่เคยย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด โจทก์ไม่เคยขอให้เจ้าพนักงานอำเภอแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่นายเทียน ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3762ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 200 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกจากที่ดินของโจทก์ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองให้ยกเสีย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ประมาณ 2 งานอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 3762 ตำบลทุ่งไชย อำเภออุทุมพรพิสัยจังหวัดศรีสะเกษ เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ให้ยกฟ้องโจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายเทียน บุดดาวงค์และจำเลยทั้งสอง ราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน200,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโจทก์ฎีกาว่า คำเบิกความของโจทก์และพยานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือรับฟังดีกว่าพยานจำเลย พยานจำเลยไม่น่าเชื่อถือและรับฟังจึงเป็นฎีกาที่โจทก์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาจึงเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th