ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 102,556.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,048.92 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 60,048.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือมอบอำนาจโจทก์มอบอำนาจให้นายอิศราดำเนินคดีแทนโจทก์ โดยระบุให้นายอิศรามีอำนาจทำการแทนโจทก์ในกิจการต่างๆ รวม 10 ข้อ โดยเฉพาะข้อ 10 ระบุว่า ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วง และให้ผู้รับมอบอำนาจช่วงมีอำนาจเช่นเดียวกับผู้รับมอบอำนาจตามข้อ 1 ถึงข้อ 9 ทุกประการ นายอิศราผู้รับมอบอำนาจจึงมีอำนาจแต่งตั้งนายพรศักดิ์เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วง เพื่อกระทำกิจการตามข้อ 1 ถึงข้อ 9 แทนโจทก์ได้ แต่ไม่มีอำนาจที่จะมอบอำนาจช่วงต่อได้ นายพรศักดิ์ผู้รับมอบอำนาจช่วงจึงไม่มีอำนาจแต่งตั้งนายปรีดีเป็นผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ได้ การที่นายพรศักดิ์แต่งตั้งนายปรีดีเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงต่อตามหนังสือมอบอำนาจช่วงต่อนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนาของโจทก์ที่แสดงไว้ตามหนังสือมอบอำนาจ การมอบอำนาจช่วงต่อให้ฟ้องคดีตามหนังสือมอบอำนาจช่วงต่อจึงเป็นการกระทำที่ผู้รับมอบอำนาจช่วงกระทำนอกเหนือขอบอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจ นายปรีดีผู้รับมอบอำนาจช่วงต่อไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.365/2552
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


