ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีได้ความว่า ท.จำเลยเป็นเจ้าของเรือ ข.จำเลยเป็นนายท้ายเรือ ใช้เรือนี้บรรทุกสินค้าจากปีนังเข้ามาเทียบท่าหยงสตาแล้วยื่นบัญชีสินค้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากรเพื่อเสียภาษี แต่จำเลยปกปิดซ่อนเร้นสินค้าบางอย่างไว้โดยไม่ลงบัญชีเพื่อไม่เสียภาษี รวมราคาสินค้าที่กล่าวนี้ ๑๘๗๖๕ บาท ๖๐ สตางค์

ศาลเดิมพิพากษาปรับจำเลยคนละ ๓๓๐๐ บาทกับให้ริบสินค้าของกลางเสียส่วนเรือที่ใช้บรรทุกเห็นว่าไม่ควรริบ

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลเดิมปรับน้อยไปจึงพิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยคนละ ๕๐๐๐ บาท ให้ริบเรือของกลางที่ใช้บรรทุกเสียด้วยตามมาตรา ๓๒ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ อ้างฎีกาที่ ๕๒๕/๒๔๗๓

ท.ผู้เดียวฎีกาว่า ๑.ไม่มีเจตนาจะไม่เสียภาษี เหตุที่ไม่ลงบัญชีเพราะหลงลืม ๒.ส่วนเรือไม่ควรริบ

ศาลฎีกาตัดสินว่าตามฎีกาข้อ ๑.นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง และเมื่อศาลล่างทั้ง ๒ ชี้ขาดต้องกันมาว่าจำเลยแสดงบัญชีเท็จโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษีจริงดังโจทก์หา แม้ศาลอุทธรณ์จะแก้ไขให้ปรับเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องแก้น้อย จำเลยจะฎีกาไม่ได้ตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ๒๔๖๑ ม.๓ ส่วนฎีกาข้อ ๒.นั้นเห็นว่าตาม ม.๓๒ แห่ง พ.ร.บ.ข้างต้น กล่าวความไว้ชัดแล้วว่าหากใช้ในการซ่อนเร้นของที่ยังไม่ได้เสียภาษีแล้วให้ริบ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th