ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายฝากที่ดินของโจทก์ไว้กับจำเลยในราคา 25,600 บาท กำหนดไถ่คืนในเวลา 4 เดือน หลังจากสัญญาขายฝากสิ้นกำหนดลง โจทก์ติดต่อขอที่ดินบางส่วนคืน จำเลยได้ทำหนังสือสัญญากับโจทก์ว่า จำเลยจะขอเอาที่ดินที่ขายฝากเพียง 4 คูหา กว้างคูหาละ 5 เมตรลึกไปข้างหลัง 40 เมตร นอกจากนั้นคืนให้แก่โจทก์โดยจำเลยตกลงจะรังวัดแบ่งแยกโอนทะเบียนให้โจทก์ในภายหลัง แต่มิได้แบ่งให้โจทก์ตามสัญญากลับขอให้ทางการออกโฉนดที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลย โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินและจดทะเบียนโอนให้โจทก์ตามสัญญา

จำเลยให้การว่า สัญญาที่โจทก์ฟ้องเป็นเพียงคำมั่นจะให้ที่ดินแก่โจทก์เพื่อศีลธรรมและมนุษยธรรมเท่านั้น เป็นการให้โดยเสน่หา เอกสารดังกล่าวยังไม่จดทะเบียนโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาพิพาทเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่คำมั่นจะให้ดังจำเลยต่อสู้ พิพากษาให้จำเลยจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินและจดทะเบียนโอนให้โจทก์ตามสัญญานั้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันไว้มีใจความว่าที่พิพาทที่ขายฝากขาดสิทธิการไถ่ถอนตกเป็นของจำเลยแล้ว เจ้าของที่ดินคือจำเลยยอมแบ่งที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ โดยจำเลยแบ่งเอาที่ดินไว้เฉพาะด้านหน้าติดถนน 4 คูหา กว้างคูหาละ 5 เมตร ลึก 40 เมตร ด้านหลังยาวเท่ากับด้านหน้า ที่ดินส่วนที่เหลือยกให้กลับคืนแก่โจทก์ทั้งหมดเพื่อมนุษยธรรมที่ได้เป็นเจ้าของมาแต่ดั้งเดิม ค่าธรรมเนียมในการไปจดทะเบียนโอนแบ่งแยกรังวัดและค่าป่วยการเจ้าพนักงานที่ดินคู่สัญญาชำระคนละครึ่ง ดังนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 สัญญาประนีประนอมนั้นคือสัญญาซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จสิ้นไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ตามข้อตกลงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยมีข้อพิพาทอันใดต่อกันเกี่ยวกับที่ดินแปลงพิพาทโจทก์ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวจากข้อตกลงนี้ ส่วนจำเลยไม่ได้ประโยชน์อันใดจากโจทก์เลย และในฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าการทำสัญญาดังกล่าวเพื่อระงับข้อพิพาทอันใด สัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความเพราะมิได้ระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน คงเป็นการให้ทรัพย์สินหรือคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินเท่านั้น การให้หรือคำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินจะต้องได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบังคับกันได้ตามมาตรา 526 แต่สัญญาพิพาทมิได้จดทะเบียนจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิอาศัยสัญญาดังกล่าวมาฟ้องบังคับให้จำเลยรังวัดแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ได้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th