ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องคดีนี้ว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาตกลงแลกเปลี่ยนตึกแถวพร้อมกับที่ดินแก่กันด้วยปากเปล่า โจทก์จึงได้ทำสัญญาที่อำเภอยกตึกแถวส่วนของโจทก์ให้จำเลยเสร็จแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมโอนส่วนของจำเลยให้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนส่วนของตนให้โจทก์ หรือให้ศาลพิพากษาแสดงว่าสัญญายกให้เป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้ให้จำเลยคืนส่วนของโจทก์ให้โจทก์สู่ฐานะเดิม
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่เรียกจำเลยมาแก้คดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับคดีใว้พิจารณาพิพากษาต่อไป
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้มีปัญหอยู่ว่าโจทก์ทำสัญญายกที่ดินและตึกให้เป็นกรรมสิทธิแก่จำเลยเสร็จไปแล้ว จะขอสืบพะยานว่าการยกให้นี้ เนื่องมาจากสัญญาอีกอันหนึ่งที่ได้ตกลงกันด้วยวาจาว่าให้เป็นการแลกเปลี่ยนได้หรือไม่ อันสัญญายกให้นั้นเป็นสัญญาต่างประเภทกับสัญญาแลกเปลี่ยนและซื้อขาย เมื่อ+ทรัพย์ให้แก่กันแล้วก็สมบูรณ์ จะขอให้ทำลายการยกให้ได้ก็ต่อเมื่อมีข้อบกพร่องตามลักษณสัญญาหรืออาศัยเหตุเนรคุณ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างเหตุข้อเดียวว่ายกให้เพราะมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนกันก่อน แต่ในหนังสือยกให้ไม่ปรากฎความดังนี้ จาึงเป็นข้อที่ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๙๔ (ข) คือจะสืบเพิ่มเติมหรือแก้ไขสัญญายกให้ไม่ได้และสัญญาแลกเปลี่ยนจะบังคับกันได้ ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติถูกต้องตาม ป.พ.พ.ม.๕๑๙-๔๕๖ แต่คดีนี้ ขาดหลักฐานตามลักษณที่กฎหมายกำหนดไว้ คดีของโจทก์จึงฟังไม่ยก อนึ่งถึงหากจะฟังว่าเป็นการชำระหนี้บางส่วนหรือทั้งหมดก็เป็นการฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแก้ไขสัญญายกให้อีกเหมือนกัน เห็นว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยชอบแล้ว จึงกลับศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

