ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานศาลชั้นต้นว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก จำเลยมิได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ลงมติขอให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2532ให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 61
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์มิได้ลงชื่อในคำขอรับชำระหนี้ แต่ให้ทนายโจทก์ลงชื่อแทนถือว่าโจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ไม่มีสิทธิที่จะเข้าประชุมและลงมติในที่ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก โดยยื่นคำร้องดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์หลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว เช่นนี้ เห็นว่าคำร้องดังกล่าวเป็นการโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของโจทก์ มิใช่เป็นการโต้แย้งว่าการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกหรือการลงมติของโจทก์เป็นการประชุมหรือการลงมติที่ไม่ชอบ ทั้งจำเลยเพิ่งยื่นคำร้องดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าปัญหาที่จำเลยยกขึ้นอุทธรณ์เกี่ยวกับมติที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าชอบหรือไม่ จำเลยได้ยกขึ้นโต้แย้งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือต่อศาลชั้นต้นมาก่อนแล้ว
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









