ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นปลัดอำเภอบัว จำเลยที่ 4 รับราชการเป็นสารวัตรอำเภอบัว จำเลยที่ 2, 3 ตั้งร้านค้าขายอยู่ในอำเภอปัว เมื่อวันที่ 4 หรือวันที่ 5 ธันวาคม 2487 จำเลยที่ 1 ได้แอบอ้างอำนาจและตำแหน่งหน้าที่ราชการซึ่งไม่มีความชอบธรรมที่จะทำได้ตามกฎหมายมาสั่งบังคับให้โจทก์ขายเสื้อผ้าต่าง ๆ ตามที่โจทก์แจ้งปริมาณไว้ให้แก่จำเลยที่ 2, 3, 4 ในราคาถูก ซึ่งความจริงทางราชการได้ประกาศและสั่งยกเลิกการควบคุมในการนี้แล้ว แต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2487 จึงกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน 723 บาท27 สตางค์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 และเรียกราคาทรัพย์ 723 บาท 27 สตางค์
ศาลชั้นต้นยกฟ้องข้อหาในทางอาญา คงให้จำเลยใช้เงิน 723 บาท27 สตางค์แก่โจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อทางอาญาศาลยกฟ้อง โดยฟังว่าคดียังไม่มีหลักฐานมั่นคงพอว่าจำเลยได้ทราบการยกเลิกการควบคุมมาก่อนแล้ว จะให้จำเลยรับผิดในทางแพ่งมิชอบ จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่บังคับให้โจทก์ขายผ้าให้แก่จำเลยที่ 2, 3, 4 และจำเลยที่ 2, 3, 4 รับซื้อไว้นี้ จำเลยกระทำไปโดยจงใจ และเมื่อจำเลยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยที่ 1 จะเชื่อโดยสุจริตว่า มี และจำเลยที่ 2, 3, 4 จะรับซื้อโดยคิดว่าถูกต้องก็ตาม เมื่อความจริงเวลานั้นได้ยกเลิกการควบคุม และจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจบังคับให้โจทก์ขายแล้ว จำเลยทั้งหมดก็ต้องรับผิดฐานละเมิด จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์บังคับคดีตามศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


