ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายออกจากตึกแถวพิพาทที่เช่า ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างจำนวน ๘,๔๐๐ บาท และใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และขนย้ายออกไปจากตึกแถวที่เช่า
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ ๑ ปากแล้ว ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อมาโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่า โจทก์ทั้งสอง ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป ขอถอนฟ้อง จำเลยแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย แก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากตึกแถวพิพาทโดยมิได้เรียกร้องค่าเสียหายนี้ต่างหากเป็นเอกเทศในข้อหาอื่น แต่เป็นการเรียกร้องมาเป็นส่วนหนึ่งของการฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาท เมื่อปรากฏตามคำฟ้องและเอกสารท้ายคำฟ้องได้ความว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทเดือนละ ๔๐๐ บาท ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยรับว่าตึกแถวพิพาทนั้นให้เช่าเดือนละ ๔๐๐ บาท จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่า ตึกแถวพิพาทที่โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท เมื่อตึกแถวพิพาทมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้องขับไล่จำเลยไม่เกินเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามคู่ความมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๔ วรรคสอง
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่วินิจฉัยในข้อเท็จจริง และยกฎีกาจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









