ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจปลอมแปลงจดหมายของนายคำมีขึ้นทั้งฉบับ จ่าหน้าถึงผู้พิพากษาศาลจังหวัดสกลนคร แล้วจำเลยเอาจดหมายนั้น ไปส่งให้นายสุทิน เพื่อให้นายสุทินหลงเชื่อว่าเป็นจดหมายของนายคำมีแท้จริง การกระทำของจำเลยน่าจะเกิดความเสียหายแก่นายคำมีและประชาชน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔,๒๖๘

จำเลยให้การ จำเลยเขียนเอกสารตามฟ้องจริง แต่นายคำมีบอกให้เขียน และให้เซ็นชื่อแทน จำเลยไม่ได้ปลอมแปลง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ได้มีการเขียนจดหมายขึ้นเพื่อส่งให้แก่ผู้พิพากษาทุกคนรวม ๓ ฉบับในคราวเดียว การเขียน การลงชื่อในจดหมาย จ.๒ ฉบับที่โจทก์ฟ้อง จำเลยได้ทำไปตามคำสั่งของนายคำมี จำเลยหมามีเจตนาทุจริตไม่ และยังมีข้อความตรงกับจดหมาย จ.๑ อันเป็นฉบับที่นายคำมีเซ็นชื่อเอง จึงไม่มีทางจะก่อให้เกิดความเสียหาย หรืออาจเกิดความเสียหายแก่นายคำมี หรือแก่ผู้อื่น หรือประชาชนได้ ฎีกาโจทก์ ๒ ข้อแรกที่เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม ส่วนข้อที่ว่าการที่จำเลยทำจดหมาย จ.๒ แม้ทำตามคำสั่งของนายคำมีผู้เสียหาย ก็น่าจะเกิดการเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยทำจดหมาย จ.๒ ตามคำสั่งผู้เสียหายแล้ว ก็ไม่น่าจะเกิดความเสียหายดังโจทก์อ้าง พิพากาษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th