ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อจักรเย็บผ้าซิงเกอร์ของโจทก์ 10 คัน รวมค่าเช่าซื้อ 29,100 บาท จำเลยมีหน้าที่ชำระค่าเช่าซื้อเดือนละ 130 บาทต่อจักรเย็บผ้า 1 คัน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเพราะไม่ชำระค่าเช่าสองคราวติดกัน โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาจักร 10 คันให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนจักรเย็บผ้า 10 คัน ถ้าไม่สามารถคืนได้ ก็ให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาเป็นเงิน 29,000 บาท

จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรียนศรีจันทราซึ่งสอนตัดเสื้อโจทก์ประสงค์จะให้นักเรียนของจำเลยซื้อจักรเย็บผ้าของโจทก์ จึงนำจักรเย็บผ้า10 คันไปให้นักเรียนของจำเลยทดลองใช้ และโจทก์ขอให้จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นนิติกรรมอำพราง ความจริงนักเรียนของจำเลยตกลงซื้อขายจักรเย็บผ้าดังกล่าวกับตัวแทนของโจทก์โดยจำเลยมิได้เกี่ยวข้อง และโจทก์ส่งตัวแทนไปเก็บเงินค่าเช่าซื้อจากนักเรียนของจำเลย มิใช่ผู้เช่าซื้อนำไปชำระให้โจทก์ แต่ตัวแทนของโจทก์ไม่ไปเก็บตามปกติ อันเป็นความผิดของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฯลฯ

จำเลยที่ 2 ให้การว่า หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นนิติกรรมอำพรางตามคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนจักรเย็บผ้า 10 คันแก่โจทก์ หากไม่สามารถส่งคืนก็ให้ใช้ราคา 29,100 บาท

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ด้วย นั้น ไม่ชอบ ให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 เสีย คงมีประเด็นที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อสองคราวติด ๆ กัน หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อ 3 แห่งสัญญาเช่าซื้อระบุให้ผู้เช่า (จำเลยที่ 1) นำค่าเช่าไปชำระแก่เจ้าของ (โจทก์) ณ สถานที่ประกอบธุรกิจของเจ้าของภายในวันที่ 10 ของทุก ๆ เดือน ทั้งยังระบุต่อไปว่า ผู้เช่าสัญญาว่า ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้เช่าจะอ้างเหตุที่เจ้าของมิได้ส่งคนไปเก็บค่าเช่าขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความรับผิดไม่ชำระค่าเช่าหรือชำระค่าเช่าให้ช้ากว่ากำหนดไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งหมายความว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องนำค่าเช่าซื้อไปชำระให้บริษัทโจทก์ แม้จะฟังว่าในทางปฏิบัติบริษัทโจทก์จะส่งพนักงานมาเก็บค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 แล้วต่อมาบริษัทโจทก์จะไม่ส่งพนักงานมาเก็บค่าเช่าซื้อ ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องนำค่าเช่าซื้อไปชำระให้บริษัทโจทก์ตามสัญญา จำเลยจะนำเหตุที่บริษัทโจทก์ไม่ส่งพนักงานไปเก็บค่าเช่าซื้อมาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดว่าจำเลยที่ 1 มิได้ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อไม่ได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ใช้เงินค่าเช่าซื้อสองคราวติด ๆ กัน โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และมีอำนาจฟ้อง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th