ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งโตโยต้าโคโรล่าคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ท.5385 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของภัตตาคารอาหารทะเล จำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 นายประพันธ์ พัฒนจินดา ได้นำรถของโจทก์ไปฝากจำเลยทั้งสี่เพื่อเข้าไปรับประทานอาหารในร้านของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสี่รับฝากรถไว้ เมื่อนายประพันธ์มาขอรถคืน จำเลยทั้งสี่ไม่สามารถคืนให้ได้โดยแจ้งว่ารถถูกคนร้ายลักไป อันเป็นมูลที่ไม่อาจอ้างได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นการละเมิดสิทธิและเป็นการผิดสัญญาต่อโจทก์ จึงขอให้ร่วมกันรับผิดคืนรถให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถคืนได้ก็ให้ใช้ราคา 85,780 บาท
จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนรถยนต์ให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ก็ให้ใช้ราคา 69,000 บาท
โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะเกิดเหตุรถยนต์คันพิพาทยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทพงศ์ไพบูลย์ จำกัด โจทก์ยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ และโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปให้นายประพันธ์ พัฒนจินดา เช่าไปขับ รถอยู่ในความครอบครองของนายประพันธ์ และวินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างนายประพันธ์กับจำเลยเป็นเรื่องฝากทรัพย์ ซึ่งเป็นสิทธิระหว่างนายประพันธ์กับจำเลยเท่านั้นไม่เกี่ยวกับโจทก์โจทก์จึงไม่มีสิทธิอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาดังกล่าวต่อโจทก์ และโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถพิพาท ขณะเกิดเหตุรถอยู่ในความครอบครองของ พ. กรณีมิใช่จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

