ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ เวลากลางวันจำเลยได้ออกเช็คธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหาดใหญ่ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๐ จำนวนเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นางสาวศิราณี สิขิวัฒน์ ผู้เสียหาย เพื่อเป็นการชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายได้นำไปเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่า บัญชีปิดแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และในขณะที่ออกเช็คนั้นไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ เหตุเกิดที่ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางสาวศิราณี สิขิวัฒน์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา๔ (๒) จำคุก ๔ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ว่า เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ร่วมจำนวน ๒๔๐,๐๐๐ บาท กำหนดชำระคืนภายในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ ตามสัญญากู้เงิน เอกสารหมาย จ.๕ เมื่อสัญญาครบกำหนด จำเลยขอผัดผ่อนการชำระหนี้ไปอีก ๒ เดือน โดยทำสัญญากู้เงินฉบับใหม่ตามเอกสารหมาย จ.๖ พร้อมออกเช็คพิพาทจำนวนเงิน๒๔๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้เงินกู้ยืมดังกล่าวแก่โจทก์ร่วมตามเอกสารหมายจ.๓ เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนด โจทก์ร่วมได้นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินด้วยเหตุผลว่า บัญชีปิดแล้ว สำหรับสัญญากู้เงินระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลย ตามเอกสารหมาย จ.๕ และ จ.๖ นั้น ปรากฏว่ายังมิได้ปิดอากรแสตมป์ คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญากู้อันเป็นมูลหนี้ตามเช็คพิพาทมิได้ปิดอากรแสตมป์ ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ จึงรับฟังไม่ได้ว่ามีการทำสัญญากู้กันเป็นหนังสืออันถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ เมื่อการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยมีจำนวนกว่าห้าสิบบาทขึ้นไป หนี้ตามสัญญากู้ดังกล่าวจึงไม่อาจจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๕๓ แม้โจทก์ร่วมจะได้ยื่นสัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.๕ และจ.๖ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากร และได้รับอนุมัติให้เสียอากรพร้อมกับเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๓ภายหลังเมื่อได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ อันมีผลให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ ดังที่โจทก์ร่วมอ้างในฎีกาก็ตาม แต่ก็เป็นการทำให้หนี้นั้นมีหลักฐานและสามารถฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ในภายหลังจากวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดให้ใช้เงินอันถือว่าเป็นวันที่ออกเช็คแล้ว ดังนั้น เมื่อวันที่จำเลยออกเช็ค หนี้ตามสัญญากู้รายนี้ยังไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายการกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย และขาดองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๔ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.นายสมชาย พงษธานายกมล เพียรพิทักษ์นายจรัส พวงมณี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th