ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าสมคบกันปล้นทรัพย์นายวาศและทำร้ายนายวาศมีบาดเจ็บสาหัสขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๔-๒๕+ และพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา ๒๔๗๗ ฉะบับที่ ๔ ม.๗

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยทั้ง ๓ คนได้ทำร้ายนายวาศ มีบาดเจ็บสาหัส และนายอ๊อดจำเลยได้กระชากสายสร้อยคอนายวาศพาหนีไป พิพากษาว่านายอ๊อดจำเลยมีผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๓๐๐ จำคุก ๗ ปี จำเลยนอกนั้นมีผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๖ จำคุกคนละ ๒ ปี

ศาลฎีกาตัดสินว่าโจทก์ได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายสาหัสขอให้ลงโทษฐานปล้นกับทำร้ายร่างกายสาหัสด้วย ถึงแม้โจทก์ไม่ได้อ้างฐานชิงทรัพย์ แต่โจทก์อ้างว่าปล้นทรัพย์โทษหนักกว่าอยู่แล้วและเป็นความผิดประเภทเดียวกันก็ลงโทษจำเลยได้ ส่วนข้อเท็จจริงเห็นว่าจำเลยได้ทำผิดจริงดังศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย พิพากษายืนตาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th