ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนสั้นจำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืน 6 นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปตามถนนไปที่สนามของโรงเรียนบ้านถิ่นวิทยาคารโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนดังกล่าวเป็นอาวุธจะยิงนายอารักษ์โดยเจตนาฆ่า ขณะที่จำเลยกำลังเหนี่ยวไกปืน นายอารักษ์เข้าขัดขวาง และมีผู้แย่งเอาอาวุธปืนนั้นไป จำเลยจึงไม่สามารถยิงนายอารักษ์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 371, 91พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยให้การรับสารภาพว่า มีอาวุธปืนและพาไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจริงแต่ไม่มีเครื่องกระสุนปืน และปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยกฟ้องข้อหาฐานพยายามฆ่า

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 อีกกระทงหนึ่ง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุมีการแข่งขันฟุตบอล จำเลยเป็นหัวหน้าทีมและผู้เล่นทีมบ้านโปร่งสี เล่นกันรุนแรง ผู้เสียหายซึ่งเป็นกรรมการตัดสินสั่งยุติการแข่งขัน จำเลยไม่พอใจและกลับบ้านนำเอาอาวุธปืนมีกระสุนบรรจุอยู่ของบิดาจำเลยแล้วขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในสนามฟุตบอลซึ่งขณะนั้นมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่สอง จำเลยจอดรถจักรยานยนต์ห่างจากผู้เสียหายประมาณ 3 เมตร แล้วจำเลยลงจากรถหยิบอาวุธปืนนั้นจากใต้เบาะรถเข้าไปหาผู้เสียหาย ผู้เสียหายคว้าที่ลูกโม่ปืนแล้วล็อกคอจำเลยไว้ ต่อมามีบุคคลอื่นเข้าแบ่งอาวุธปืนไป เมื่อตอนจำเลยลงจากรถหยิบปืนจากใต้เบาะรถเดินมาหาผู้เสียหาย ปืนสั้นขนาด .38 อยู่ในซองปืน พอจำเลยขยับปืนจะเอาออกจากซองพอเห็นลูกโม่ผู้เสียหายก็คว้าที่ลูกโม่ปืน อีกมือล็อกคอจำเลยไว้ ดันปืนหนีจากทางตัวผู้เสียหายไปทางขวามือจำเลย ปากกระบอกปืนชูขึ้นลงราว 1 นาทีก็มีผู้อื่นมาแบ่งปืนจำเลยไปขณะมือผู้เสียหายกำปืนอยู่ก่อนผู้เสียหายจะเข้าแย่งปืนจำเลยถือโดยปากกระบอกปืนชี้มาทางผู้เสียหาย ขณะผู้เสียหายดันปืนออกจำเลยจะดันปืนมาทางผู้เสียหาย และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า อาวุธปืนยังอยู่ในซองหนัง แม้จำเลยถืออาวุธปืนโดยปากกระบอกปืนชี้มาทางผู้เสียหายแต่ก็ไม่ได้จ้องปืนมาทางผู้เสียหาย ผู้เสียหายเข้าแย่งอาวุธปืนเสียก่อน การกระทำของจำเลยยังไม่ถึงขั้นลงมือกระทำความผิด จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th