ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทไปบนทางรถไฟโดยมิได้หยุดตามสัญญาณห้ามก่อนข้ามทางรถไฟ และไม่ดูว่ามีขบวนรถไฟกำลังแล่นมาหรือไม่ เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟของโจทก์ที่แล่นผ่านทางที่เกิดเหตุพอดี และในระยะกระชั้นชิดไม่สามารถหยุดขบวนรถไฟได้ทันจึงชนกับรถยนต์ดังกล่าว เป็นเหตุให้รถจักรดีเซลของโจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 131,495.94 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 50,673.22 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานคิดเป็นเงิน 46,463.28 บาท และค่าควบคุมคิดเป็นเงิน 25,255.49 บาทโจทก์ได้เสียหายไปจริง ขอเพิ่มค่าเสียหายให้เป็นไปตามฟ้องโจทก์

ประเด็นที่จะวินิจฉัยในชั้นนี้จึงมีว่า โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเพียงใด สำหรับค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงานและค่าควบคุมนั้นโจทก์มีนายไพฑูรย์ ศรีวรวิทย์ หัวหน้าแผนกบัญชีโรงงานมักกะสันซึ่งมีหน้าที่คิดค่าเสียหายในการซ่อมเป็นพยานเบิกความว่า ค่าใช้จ่ายทั่วไปในโรงงาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าสึกหรอของเครื่องจักรเครื่องมือ ส่วนค่าควบคุมคือค่าใช้จ่ายที่ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบความเสียหายและดำเนินการต่าง ๆ เห็นว่า ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีแน่นอน และโจทก์ได้ใช้ไปในการซ่อมรถจักรดีเซลของโจทก์ที่ได้รับความเสียหายซึ่งสามารถคิดคำนวณเฉลี่ยออกมาได้ จึงเป็นค่าเสียหายโดยตรงที่เกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายทั้งสองส่วนนี้ได้แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้โจทก์เสียหายแท้จริงเท่าไรนั้น โจทก์มิได้นำสืบให้ชัดแจ้ง เมื่อพิเคราะห์ถึงสภาพรถจักรดีเซลของโจทก์ที่ได้รับความเสียหาย และค่าของก็มีเพียง 6,632.20 บาท แล้วเห็นควรกำหนดค่าเสียหายทั้งสองส่วนนี้ให้รวมเป็นเงิน 7,500 บาทเมื่อรวมกับค่าแรงและค่าของแล้วโจทก์จึงเสียหาย เป็นเงิน58,173.22 บาท

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 58,173.22 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th