ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเคยร่วมกันค้ำประกันนายอุม๊าส หรือม๊าส หรือ อุมาร หมื่นนรินทร์ ในการที่นายอุม๊าสกู้เงินจากจำเลย 5,000 บาท ต่อมาจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องทั้งสองต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกเงินกู้ดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยจำเลยไม่ได้ฟ้องนายอุม๊าสด้วย เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่านายอุม๊าสผิดสัญญาจริง จึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมชำระหนี้ให้จำเลยตามฟ้องและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ 38/2513 ต่อมาโจทก์ทั้งสองพบนายอุม๊าสลูกหนี้ของจำเลยได้ทราบว่านายอุม๊าสชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่นายสง่า ทองพูน บิดาจำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยไปแล้วก่อนมีการฟ้องคดี การที่โจทก์ทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นการสำคัญผิดในสารสำคัญว่านายอุม๊าสยังไม่ได้ชำระหนี้ให้จำเลยซึ่งไม่มีผลตามกฎหมาย ขอให้พิพากษาเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 38/2513 ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพิพากษาว่าคำพิพากษานั้นไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสองอีกต่อไป

จำเลยให้การว่าสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 38/2513 ถูกต้องแล้ว ผู้กู้และผู้ค้ำประกันไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้ผู้ให้กู้เลยหากตัวแทนของจำเลยรับเงินไว้จริงก็เป็นการรับเงินตามสัญญากู้รายอื่น

ศาลชั้นต้นฟังว่า นายอุม๊าสได้ชำระหนี้ให้จำเลยแล้ว โจทก์ทั้งสองยอมชำระหนี้ตามฟ้องก็โดยเข้าใจผิดว่านายอุม๊าสยังไม่ชำระซึ่งเป็นการเข้าใจผิดในสารสำคัญแห่งนิติกรรม พิพากษาให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยในคดีแพ่งแดงที่ 38/2513เสีย และไม่ให้คำพิพากษาในคดีดังกล่าวผูกพันโจทก์ทั้งสองต่อไป

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์จำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 38/2513 ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลเห็นว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 คำพิพากษาของศาลในคดีนั้นย่อมผูกพันโจทก์จำเลยผู้เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษานับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษาได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับ หรืองดเสีย ถ้าหากมี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 เมื่อคำพิพากษาในคดีนั้นถึงที่สุดแล้วโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับ หรืองด โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีนั้นจะมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความ และพิพากษาว่าคำพิพากษาในคดีนั้นไม่ผูกพันโจทก์ทั้งสอง โดยอ้างว่าได้ทำไปเพราะสำคัญผิดไม่ได้ เพราะโจทก์เป็นคู่ความซึ่งต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1332/2496 ข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีฝ่ายใดอ้างขึ้นมาเมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรก็ยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246, 247

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th