ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 340, 340 ตรี ให้ลงโทษจำคุกคนละ 18 ปีนอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ฐานยิงปืนในหมู่บ้านปรับ 50 บาท ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปีและปรับ 34 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ที่3 ที่ 4 ที่ 5 คนละ 12 ปี ริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่2 และที่ 3 ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ฐานชิงทรัพย์จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 จำคุก 6 เดือน และฐานยิงปืน ปรับ 50 บาท รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือนและปรับ 50บาทชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี 9 เดือนและปรับ 25 บาท ริบปืนกระสุนปืนของกลางคืนเรือของกลางแก่เจ้าของ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '…ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายกระชากสร้อยคอของผู้เสียหายไปพร้อมกับใช้อาวุธปืนของกลางจี้หน้าผากผู้เสียหายและยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดก่อนลงเรือของพวกหลบหนีไปจริง สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 นั้น… ในเมื่อพยานโจทก์ฟังไม่ได้เสียแล้วว่าจำพวกของจำเลยที่ 1ได้ จริงอยู่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนตามคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.36 ถึง จ.39 ว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง แต่คำให้การชั้นสอบสวนก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5มาให้การปฏิเสธในชั้นศาลเสียแล้วจะนำคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มาฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5หาได้ไม่ ทั้งขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าพวกที่มากับจำเลยที่ 1 ได้เกี่ยวข้องลงมือกระทำผิดตามฟ้องร่วมกับจำเลยที่ 1แต่อย่างใด เพียงแต่ลงไปอยู่ในเรือลำเดียวกับจำเลยที่ 1เท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ผู้เสียหาย โดยใช้อาวุธปืน การที่จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3ได้ถอนอุทธรณ์ไปแล้วก็ตามศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทความผิดจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ โดยมิได้ระบุวรรคนั้น เห็นสมควรระบุเสียให้ชัดแจ้งด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคแรก, 72 ทวิวรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์'.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th