ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เหล็กขูดชาร์ฟแทงทำร้ายนายประวิง ลาภวิไล ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และริบของกลาง
จำเลยให้การว่า ได้กระทำไปเพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบไม่ได้ความชัด อาจเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุดังจำเลยว่า พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยใช้เหล็กขูดชาร์ฟแทงสวนไปที่ตัวผู้ตายเพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์ฉุกละหุกเฉพาะหน้าเนื่องจากกรณีวิวาท จะถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ให้จำคุก 6 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 จำคุก 4 ปี ของกลางริบ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีไม่ใช่เรื่องป้องกันตัว พยานโจทก์เบิกความลงรอยกันในข้อที่ว่า ผู้ตายถูกต่อยเพราะเข้าไปห้ามมิให้คนสองฝ่ายทะเลาะกัน พยานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยแทงผู้ตายฝ่ายเดียว หลังจากผู้ตายถูกต่อยเซไป พฤติการณ์เช่นนี้หาใช่เป็นการฉุกละหุกจนจำเลยไม่อาจกำหนดแน่ได้ว่าจะแทงให้ถูกผู้ตายตรงไหนไม่ได้ไม่ การที่จำเลยแทงถูกชายโครงด้านซ้ายของผู้ตาย แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะแทงให้ถูกผู้ตายตรงอวัยวะสำคัญ ผู้ตายมีบาดแผลที่ชายโครงด้านซ้ายเป็นรูปปีกกายาวประมาณ 4.5 เซนติเมตร ทะลุเข้าปอดข้างซ้ายและทะลุช่องท้องไปถูกม้าม แสดงว่าจำเลยจ้วงแทงจากเบื้องสูงลงไปโดยแรงด้วยเหล็กขูดชาร์ฟของกลางยาว 21 เซนติเมตร แม้จะแทงเพียงทีเดียวก็ย่อมแลเห็นผลได้ว่า อาจทำให้ผู้ถูกแทงถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ให้จำคุก 15 ปี ลดโทษ 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 คงจำคุก 10 ปีของกลางริบ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

