ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่า ต.จำเลยที่ ๒ มีที่นาอยู่แห่งหนึ่งแต่ยังไม่มีโฉนด ต.ไปต้องโทษ จ.ภรรยากับ อ.จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตร์ได้ปกครองไว้แทน แล้ว จ.เอาที่ดินรายนี้ไปขายฝากไว้แก่นายโต โจทก์มาได้ อ.จำเลยที่ ๑ เป็นภรรยา ครั้นเจ้าพนักงานรังวัดที่รายนี้ออกโฉนด นายโตจึงเอาชื่อของตนกับ อ.จำเลยที่ ๑ ใส่ในโฉนดว่าเป็นเจ้าของ เมื่อ จ.ไถ่ที่รายนี้นายโตก็ถอนชื่อตนออกจากโฉนด คงเหลือแต่ชื่อ อ.จำเลยที่ ๑ คนเดียว ครั้น ต.จำเลยที่ ๒ พ้นโทษออกมา อ.จำเลยที่๑ จึงโอนที่ให้แก่ ต.จำเลยที่ ๒ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลทำลายการโอนโดยกล่าวว่าที่ดินรายนี้เปนสินสมรส อ.ไม่มีอำนาจเอาไปทำสัญญายกให้แก่ ต.ได้

ศาลเดิมตัดสินว่า ที่นารายนี้เป็นสินบริคณห์ระวางโจทก์กับ อ.จำเลยที่ ๑ ๆ จะเอาไปโอนให้ ต.จำเลยที่ ๒ โดยไม่ได้รับความยินยอมของโจทก์ย่อมไม่สมบูรณ์ตามประมวลแพ่ง ม.๓๘ จึงให้ถอนชื่อ ต.จำเลยที่ ๒ ออกจากโฉนด

ศาลฎีกาแลศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่นารายนี้ไม่ใช่เป็นสินสมรสระวางโจทก์กับ อ.จำเลยที่ ๑ ๆ เป็นแต่ตัวแทนของ ต.จำเลยที่ ๒ เท่านั้น อ.จำเลยที่ ๑ ก็มีอำนาจจะโอนที่รายนี้คืนให้แก่ ต.จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นเจ้าของได้ ไม่เข้าในข้อห้ามตามประมวลแพ่ง ม.๓๘ จึงตัดสินให้ยกฟ้องโจทก์เสีย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th