ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวได้พกพาอาวุธปืนรีวอลเวอร์ขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 6 นัด ซึ่งเป็นของจำเลยที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ให้มีและใช้อาวุธปืนดังกล่าว ไปในทางสาธารณะในเมืองโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ฯลฯ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ฯลฯ จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 แล้ว คงปรับ 1,000 บาท ฯลฯ อาวุธปืนของกลางให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบอาวุธและกระสุนปืนของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แล้ว ศาลก็จะอาศัยบทเบาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 มาเพื่อริบอาวุธปืนของกลางหาได้ไม่ เพราะศาลไม่ได้ลงโทษจำเลยตามบทเบานี้ และโดยเหตุที่อาวุธปืนของกลางจำเลยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีและใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ลงโทษจำเลยดังกล่าวไม่ได้บัญญัติเรื่องริบไว้ ศาลก็จะริบอาวุธปืนของกลางไม่ได้ ฯลฯ
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


