ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๗, ๙๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๕๘ ริบของกลาง เพิ่มโทษและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ๔๖๑๘/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษในคดีนี้

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๑ ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำคุกคนละ ๒ ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก ๒ ปี ๓ เดือน จำเลยที่ ๑ ถูกบวกโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๘๓๘/๒๕๔๐ แล้ว จึงไม่อาจบวกโทษได้อีก ศาลมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ๓๔๘๘/๒๕๔๑ ให้ริบของกลางทั้งหมดแล้ว จึงไม่อาจริบซ้ำได้อีก ยกคำขอส่วนนี้และข้อหาอื่น

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ จำคุก ๑ ปี และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๗,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด ๒ ปี ให้จำเลยที่ ๒ ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๒ เดือน เป็นเวลา ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ จำเลยที่ ๒ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับ จำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วสำหรับปัญหาตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยที่ ๑ ร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนจำนวน ๑๖ หลอด และเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๗๖ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ส่วนเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนที่เหลือเป็นของนางสาว สมปรารถนา โดยจำเลยทั้งสองมิได้ร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวแต่อย่างใด โจทก์มิได้อุทธรณ์ ดังนั้น ปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนจำนวน ๑๖ หลอด และเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๖๖ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ จึงยุติไปแล้ว โจทก์จะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าวไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหาได้ไม่ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ สถานหนักโดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้วคงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุก ๑ ปี และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๗,๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยที่ ๒ ไม่เกินกำหนดดังกล่าว จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกับนางสาวสมปรารถนามีเฮโรอีนและ เมทแอมเฟตามีนตามฟ้องไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ สถานหนักโดยไม่รอ การลงโทษให้จำเลยที่ ๒ นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานและการกำหนดโทษของศาลว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ ๒ เพียงใด อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่? เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมา คงรับฟังได้เพียงว่า เมื่อไปถึงห้องเช่าที่เกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ นอนหลับอยู่บนเตียง จำเลยที่ ๒ นั่งอยู่ข้างเตียง พบกีตาร์วางอยู่บนเตียง และมีเมทแอมเฟตามีนครึ่งเม็ดวางอยู่ข้าง ๆกีตาร์ เมื่อยกกีตาร์ขึ้นพบกล่องเครื่องคิดเลขวางอยู่ภายในกล่องมี เมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด จำเลยที่ ๒ รับว่าเป็นของจำเลยที่ ๒ ดังนั้น เมื่อขณะค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด จำเลยที่ ๑ นอนหลับอยู่บนเตียงเท่านั้น จึงไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยที่ ๑ ร่วมรู้เห็นกับจำเลยที่ ๒ มี เมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ไว้ในครอบครอง แม้จะได้ความว่าจำเลยทั้งสองเช่าห้องพักที่เกิดเหตุอยู่ด้วยกันก็ตาม ก็ไม่ได้แสดงว่าจำเลยที่ ๑ ต้องร่วมรู้เห็นกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ไว้ในครอบครอง? เมื่อโจทก์นำสืบให้ศาลเห็นถึงพฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ไว้ในครอบครองไม่ได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง เฉพาะโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษแก่จำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๖ เดือน นั้นไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคงจำคุก ๙ เดือน แต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาขอให้ลงโทษให้ถูกต้อง และที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ โดยไม่รอการลงโทษก็เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ คดีของโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ ๒ จึงไม่อาจขึ้นมาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา ดังนั้น ศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ ๒ ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />