ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทย์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าไปปลูกเรือนในที่นาของโจทก์ ขอให้ขับไล่แลเรียกค่าเสียหาย

ได้ความว่า ที่พิภาษนี้เดิมเป็นของ อ.มารดาโจทก์และนายกาจำเลย อ.ตาย โจทก์แลนายกาตกลงกันให้โจทก์ได้สิ่งของทั้งสิ้น แต่นายกาขอแบ่งเอาที่พิภาษนี้ครึ่งหนึ่ง โจทก์ก็ยินยอม แต่ขออาศัยที่ส่วนของนายกาไปก่อน โดยยอมให้เข้าเป็นค่าเช่า อ.ตายมาได้ ๓ ปีจึงเกิดคดีนึ้ขึ้น

ศาลเดิมตัดสินว่า ที่พิภาษเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลย แลให้จำเลยเสียค่าเสียหายแก่โจทก์ ๗ บาท

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิภาษเป็นมฤดกโจทก์แลนายกาปกครองมาด้วยกัน โจทก์จะขับไล่ไม่ได้ให้ยกฟ้องเสีย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ปกครองที่พิภาษมาฝ่ายเดียว ก็โดยเช่าจากนายกา จำเลยจะถือว่าขาดปกครองไม่ได้ แลในชั้นนี้ยังไม่จำเป็น+ต้องวินิจฉัยว่าที่จะตกเป็นกรรมสิทธิของโจทก์แลนายกาตามที่แบ่งกันหรือไม่ เพราะโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิภาษเป็นมฤดกของมารดาโจทก์แลนายกา ส่วนนายวงษ์ก็อยู่โดยอำนาจของนายกาดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th